โดยที่งานทุกชิ้นดูมีมูลค่าสูงมากๆ
แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเฉินเฟิงเลยแม้แต่น้อย เพราะวันนี้เขามาที่นี่ก็เพื่อแจ้งเรื่องการตัดสินใจของตัวเองให้กับคนตระกูลไป๋ได้ทราบ
หลังจากที่พวกเขาพากันนั่งลง ก็มีคนนำชาเข้ามาเสิร์ฟ
เฉินเฟิงไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด เพียงแค่จ้องมองไปยังไป๋จิ้งเฟิง
โดยที่คนตระกูลไป๋เองก็กำลังเฝ้ารอคำตอบของเขาอยู่เช่นกัน
เฉินเฟิงพูดขึ้นมา: “ผมใช้เวลาคิดอยู่นานมาก เพราะการจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายนั้นการจะพึ่งพาแค่พวกคุณกับผมเท่านั้นคงจะยังไม่เพียงพอ ยังไงก็ต้องไปตามหาคนที่พร้อมจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายมาเสริมกำลัง ขอเพียงแค่ให้มีกำลังที่เพิ่มขึ้น หมาป่าทะเลทรายก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลใจอีกต่อไป ”
ทางด้านไป๋จิ้งเฟิงที่ได้ยินคำพูดนี้ของเฉินเฟิงเขาก็เข้าใจความหมายของเฉินเฟิงทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องไถ่ถามอะไรอีกว่าแท้จริงแล้วเฉินเฟิงนั้นตอบตกลงหรือไม่กันแน่
เขาตอบกลับ: “แต่ว่าตระกูลต่างๆ ในทะเลทรายนี้ไม่มีใครที่ไม่เกรงกลัวเลย การจะติดต่อกับพวกเขาให้มาต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากนัก ”
เฉินเฟิงพยักหน้า: “เรื่องนี้ผมเองรู้ดีครับ แต่เรื่องบางเรื่องต่อให้จะยากลำบากแค่ไหนก็จำเป็นที่ต้องทำ ไม่อย่างนั้นเรื่องที่พวกคุณบอกว่าจะแก้แค้นก็จะกลายเป็นเพียงคำพูดเสียเปล่าเท่านั้น”
ในขณะที่ไป๋จิ้งเฟิงกำลังคิดใคร่ครวญอยู่นั้น ชายตระกูลไป๋คนนั้นที่เฉินเฟิงไม่