รู้จักก็พูดขึ้นมา : “ผมรู้สึกว่าสิ่งที่คุณชายเฉินพูดนั้นไม่ผิดอะไรนะครับ ถึงแม้ว่าพวกเขาทุกคนต่างจะมีความเกรงกลัวต่อหมาป่าทะเลทราย แต่ถึงอย่างนั้นระหว่างพวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีความโกรธแค้นกับหมาป่าทะเลทรายเลย และแน่นอนว่าในกลุ่มพวกเขาต้องมีบางคนที่ได้รับการข่มเหงจากหมาป่าทะเลทราย”
เฉินเฟิงตอบกลับอย่างเห็นด้วย: “ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ซึ่งคนเหล่านั้นที่เคยได้รับบาดแผล ผมคิดว่าพวกเขาจะถูกพวกเราดึงเข้ากลุ่มได้อย่างง่ายดาย และตราบใดที่พวกเขามีเครือข่ายที่แน่นอน การอยู่ภายใต้แรงกดดันของหมาป่าทะเลทรายจะยิ่งทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มกันเป็นผลประโยชน์ใหญ่ได้ง่ายดายมากขึ้น”
ในตอนนั้นไป๋จิ้งเฟิงก็พูดแทรกขึ้นมา: “ที่พูดแบบนี้แสดงว่าคุณชายเฉินมีแผนการอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมีความกังวลใจอยู่ดี”
เฉินเฟิงถามด้วยความสงสัย: “ปัญหาอะไรครับ?ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงลงความเห็นกันอยู่ หากว่ามีปัญหาอะไรก็ให้เสนอออกมา เพราะถ้าหากรอจนถึงขั้นดำเนินการแล้วพูดปัญหาเหล่านี้ออกมามันอาจจะสายเกินไป และในช่วงเวลารีบร้อนแบบนั้นคงยากที่จะหาวิธีแก้ไขออกมาได้ ”
ไป๋จิ้งเฟิงจึงตอบกลับ: “ในเมื่อตอนนี้พวกเราไม่มีทางที่จะรวมกลุ่มกันได้ อย่างนั้นก็จำเป็นต้องมีแกนนำในแผนการนี้ ตระกูลไป๋ของเราถึงแม้จะยอมเป็นแกนนำแผนการนี้ แต่หากถูกหมาป่าทะเลทรายรู้เรื่องเข้า เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่ความหายนะสำหรับตระกูลไป๋ของเรา แต่สำหรับแผนการ