มารถส่งผู้ที่ถูกระบุไว้ในยันต์มา ณ จุดที่ตนอยู่ได้โดยตรง และเมื่อครู่ กว่างไห่ก็หมายจะส่งเหล่าพุทธะทั้งแปดมาช่วยเหลือ
หากแต่กลับล้มเหลว
ชั่วพริบตาถัดมา เขากวาดตามองรอบข้างอีกครั้ง จึงตระหนักว่าภูมิทัศน์โดยรอบเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ภายในของสมบัติวิเศษใดอีก หากเป็นภาพภูเขาธารน้ำใสที่แจ่มกระจ่าง
“ภาพห้วงอเวจีหยุดบรรจบ”
ซึ่งได้รับมาจากจงกวงเจินเหริน เป็นสมบัติแห่งการบรรลุมรรคของท่านชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวิน มีฤทธานุภาพอันลี้ลับสามารถผนึกท้องนภาได้โดยแท้
ทันทีที่ลวี่หยางเผยตัว มันก็แผ่กางออกครอบคลุมทั่วแล้ว
เมื่อเขาถูกลวี่หยางเพ่งมอง ก็มิอาจหลบหนีได้อีก
คิดถึงเพียงนี้ กว่างไห่ก็ยอมรับความจริง สีหน้าเริ่มคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เขาสะบัดจีวรออกแผ่วเบา ทันใดนั้นก็ปรากฏค่ายกลสิบสองชั้นเจิดจ้า แพร่กระจายออกอย่างวิจิตรวิบวับ ก่อนร่างของเขาจะซ่อนเร้นลึกลงในแก่นกลางค่ายกล
เห็นชัดว่า…มิได้คิดปะทะลวี่หยางซึ่ง ๆ หน้า หากจะใช้ค่ายกลลากเวลาออกไปแทน
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็แสยะยิ้มเย็น
“สหาย…ไยต้องดิ้นรนเป็นสัตว์ติดกับ?”
“ในตำแหน่งข้า ยังเหลือที่ว่างอีกหนึ่ง…”
แม้จะเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญค่ายกลระดับเจ็ด แต่ลวี่หยางกลับมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่า กว่างไห่นั้นหาได้เข้าใจค่ายกลโดยแท้จริงไม่ แม้จะกางค่ายกลออกเต็มรูปแบบ ทว่าเส้นลมปราณกลับไม่ประสานกับลวดลายภายในแผ่นภาพแม้แต่น้อย
ทันทีที่เอ่ยจบ ลวี่หยางก็ไร้ซึ่งค