เวณนั้นก็ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่แม้แต่คนเดียว
เฉินเฟิงรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว หรือว่าที่นี่เป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่เลย
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีเครื่องบินลำหนึ่งบินผ่านศีรษะไป พร้อมกับเสียงเครื่องบินที่ดังกระหึ่ม จึงทำให้เฉินเฟิงรู้สึกสบายใจมากขึ้น ในที่สุดเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
ริมทางเนินเขามีร้านปลูกไม้เลื้อยตั้งอยู่หลังหนึ่ง กิ่งก้านที่คดงอของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ยื่นออกมาบังแดดไว้เป็นร่มเงาให้กับที่บริเวณนั้นพอดี
ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ยังมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับให้คนนั่งพักเหนื่อยอีกด้วย เฉินเฟิงจึงเดินเข้าไปแล้วหาที่นั่งลง
เก้าอี้หินนั้นเย็นมาก พื้นผิวที่เป็นเงาแวววาวนั้นทำให้เกิดรู้สึกอยากจะไถลลื่นออกไป
มองดูทิวทัศน์ที่ห่างไกลออกไป กลับรู้สึกดูเหมือนเป็นที่ที่ค่อนข้างทุรกันดาร จึงรู้ว่าเขายังไม่ได้ออกไปจากทะเลทรายแห่งนี้เลย แต่อาจจะอยู่ใกล้ชายแดนเท่านั้น
หลังจากนั่งไปไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ในที่สุดก็มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาจากข้างนอก เฉินเฟิงก็ยังไม่ขยับตัว ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกรีบเร่งเหมือนเมื่อครู่ที่อยากจะไปตามหาใครอีกแล้ว
ที่นี่เป็นเพียงสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ดังนั้นถ้าไม่เห็นผู้คนก็นับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่กลับไม่รู้ว่าไป๋ซิงคนนั้นเอาตัวเองมาเก็บไว้ที่นี่แล้ว ก็ไม่สนใจอะไรเขาอีกเลย มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่
รถคันนั้นก็มาจอดอยู่ที่ลานบ้าน จากนั้นก็มีคนสองคนเ