ามาช่วยเขา สภาพเขาตอนนี้ถ้าไม่รีบช่วยละก็ คงต้องตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”
หลงหลินเมื่อครู่ได้ตรวจดูสภาพร่างกายของเฉินเฟิงครั้งหนึ่งแล้ว ก็เป็นอย่างที่เจ้าสองคนนี้พูดจริงๆ ร่างกายของเฉินเฟิงย่ำแย่มากทีเดียว มิหนำซ้ำขาข้างหนึ่งก็ได้ก้าวเข้าไปเหยียบอยู่ในสุดเขตแดนแห่งความตายแล้ว
แต่ว่าไอ้คนแปลกหน้าสองคนนี้ เธอคิดดูแล้ว จึงได้แต่เดินตามหลังพวกเขาไป
เมื่อมาถึงข้างนอก ไป๋ซิงก็ยืนรออยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อเห็นหลงหลินก็เดินตามมาด้วย จึงไปหยิบกระเป๋ายาใบหนึ่งลงมาจากรถ แล้วโยนไปให้หลงหลินตรงหน้า
“สภาพเขาตอนนี้ ถ้าคุณช่วยเขาไม่ได้ละก็ งั้นเขาก็คงมีแต่ตายอย่างเดียว”
หลงหลินก็ยังแสดงท่าทีไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่เธอรู้ว่าสถานการณ์ของเฉินเฟิงตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตแล้ว จึงได้แต่ปล่อยวางความสงสัยทุกอย่างลง รีบช่วยเฉินเฟิงขึ้นมาก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง
หลงหลินตะโกนพูดกับเฟิ่งซีว่า “รีบฝังเข็มให้เขาเร็ว”
เฟิ่งซีเดินไปตรงหน้าพวกเขาด้วยความกังวลใจ มองเห็นสภาพของเฉินเฟิงที่นอนอยู่บนพื้นแล้ว อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
หลงหลินตะโกนห้ามไว้ว่า “รีบลงมือเร็วเข้า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่แกจะมาโศกเศร้าเสียใจแล้ว”
เฟิ่งซีจึงรีบเปิดกระเป๋ายานั้นออก แล้วหยิบชุดถุงสำหรับใช้ฝังเข็มออกมา ส่วนตอนนี้หลงหลินก็ได้ถอดเสื้อผ้าของเฉินเฟิงออก
รอยบาดแผลเป็นทางที่น่าสะพรึงกลัวบนร่างของเฉินเฟิงนั้นก็ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกส