อยู่ที่นี่นานเกินไป
แต่หลงหลินกลับห้ามเขาไว้แล้วพูดว่า “พวกเรายังต้องช่วยไป๋ซูอีก เขาก็ถูกจับไปเหมือนกัน”
เฉินเฟิงกลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ต้องช่วยเขาหรอก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเขาเป็นผู้กำกับเองแสดงเองทั้งนั้น”
หลงหลินมองเฉินเฟิงอย่างตกตะลึงแล้วพูดว่า “นี่มันเป็นไปได้ยังไง ก็ฉันเห็นกับตาว่าเขาถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บนี่นา”
เฉินเฟิงพูดว่า “งั้นก็คงเป็นเรื่องโกหกอย่างแน่นอน พวกเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวเวลาจะไม่ทันการแล้ว”
แต่หลงหลินกลับยังลังเลอยู่ ดูเหมือนเธอยังไม่ปักใจเชื่อว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น
หลังจากครุ่นคิดสักพักใหญ่ ก็ยังคงพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าพวกเราควรจะไปช่วยเขาดีกว่านะ ต่อให้นั่นอาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เขาถูกจับก็เป็นเพราะพวกเรานะ”
ดูเหมือนเฟิ่งซีก็เห็นด้วยกับความคิดของหลงหลิน
เธอมองเฉินเฟิงด้วยสายตาว้าววอน เฉินเฟิงรู้สึกตัวว่าร่างกายยิ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดมากขึ้นทุกทีแล้ว แต่หลงหลินสองพี่น้องต่างก็ยังขอร้องเช่นนี้อีก เขาจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจแล้วพูดว่า “งั้นก็ได้”
ทั้งสามคนก็เดินตรงไปยังที่คุมขังไป๋ซู แต่ว่ายังไม่ทันได้เข้าไปเลย ก็ได้ยินเสียงข้างในดังแว่วออกมา
“คุณชายไป๋ ฉันว่าเวลาก็พอประมาณแล้ว ถ้างั้นท่านก็ออกหน้าได้แล้วสิ”
ส่วนเสียงของอีกฝ่ายหนึ่งฟังดูแล้วนุ่มนวลสุภาพพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องรีบร้อน รอให