สองสาวแล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ได้แต่ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “งั้นฉันก็ไม่รบกวนพวกคุณทั้งสองพักผ่อนแล้วนะ ถ้าพวกคุณทั้งสองยอมตกลงละก็ พรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบฉันก็ได้”
พอพูดจบก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป ทิ้งให้พี่น้องสองสาวยืนงงเป็นไก่ตาแตก
หลังจากที่เฟิ่งซีปิดประตูห้องแล้ว เธอก็กลับมานั่งข้างกายของหลงหลิน ถามด้วยความอยากรู้ว่า
“พี่ว่าคำพูดของเขาเชื่อถือได้รึเปล่า?”
ส่วนหลงหลินก็ชักจะตัดสินใจไม่ถูกแล้ว เธอคิดว่า หรือว่าไป๋ซูยังมีแผนตลบหลังอะไรอีก รอให้พวกเธอพี่น้องสองสาวยอมอ่อนข้อก่อน แล้วค่อยบอกความต้องการที่แท้จริงของตัวเองออกมาภายหลัง
แต่ว่าตอนนี้เห็นท่าทางที่จริงใจของไป๋ซูแล้ว หลงหลินก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองทำเกินไปหรือไม่
เมื่อได้ยินเฟิ่งซีถามเช่นนั้น เธอก็ได้แต่พูดอย่างไม่มั่นใจว่า “อาจจะเป็นจริงก็ได้นะ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่เขาแค่จงใจที่จะใกล้ชิดพวกเรา จากนั้นก็ค่อยๆเผยความในใจของเขาออกมาภายหลังก็ได้ ถ้าเป็นจริงอย่างนั้นละก็ พวกเราก็จะต้องตกลงไปในหลุมพรางของเขา แล้วไม่มีทางหลุดรอดออกไปได้เลย”
ใบหน้าของหลงหลินแสดงความกังวลออกมา แต่กลับพูดอย่างหดหู่ว่า “แต่ยังไง ตอนนี้พวกเราก็ต้องพึ่งเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น”
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น พี่น้องสองสาวต่างมีความในใจตั้งแต่เมื่อคืนจึงนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม แต่ว่าเมื่อมาถึงห้องอาหารแล้วกลับเห็นไป๋ซูที่สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันสดใส พร้อมด้วยคุณท่านเฉี