ยนที่สีหน้าค่อนข้างซึมเศร้า
พี่น้องสองสาวก็เหลือบไปมองพวกเขาแวบเดียว ก็นั่งลงบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็มีคนนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้ทันที เป็นอาหารเช้าที่เลิศหรูมาก
หลังจากรับประทานอาหารไปสักพักแล้ว ในห้องอาหารก็ไม่มีใครพูดอะไรเลย สงบเงียบจนน่าประหลาดใจ
พี่น้องสองสาวเดิมทีคิดจะรับประทานอาหารอย่างสงบเงียบแล้วกลับไปที่ห้อง แต่ทันใดนั้นไป๋ซูก็พูดขึ้นว่า“คุณปู่เฉียนครับ ไม่ทราบว่าเรื่องที่คุยกันเมื่อวาน ปู่คิดตัดสินใจดีแล้วหรือยัง?”
ชายชราใบหน้ามืดคล้ำมองไปยังไป๋ซูด้วยสายตาที่เยือกเย็น แต่ว่าไป๋ซูกลับไม่แยแสเลย ได้แต่ยิ้มรอคอยคำตอบจากชายชรา
“หรือว่าคุณปู่เฉียนคิดทั้งคืนแล้วยังหาทางออกกับปัญหานี้ไม่ได้เลยเหรอ? งั้นคงจะทำให้คนอื่นร้อนใจแย่เลย”
บรรยากาศในห้องเป็นเพราะการยุแยงของไป๋ซู ทำให้กลิ่นอายเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นมากขึ้นทันที พี่น้องสองสาวก็ไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปกติต่อไป มองไปยังไป๋ซูด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่ไป๋ซูกลับส่งยิ้มให้กับพวกเธอ พร้อมกับใบหน้าที่สดใสร่าเริงของเขา ทำให้เกิดความรู้สึกที่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ชายชราวางตะเกียบลงอย่างแรง “เพี๊ยก” เสียงดังก้องขึ้น ทำให้พี่น้องสองสาวสะดุ้งตกใจ
“เจ้าหนุ่มไป๋ แกรู้มั้ยว่าตอนนี้แกอยู่ที่ไหน?”
ไป๋ซูตอบอย่างเรียบๆว่า “คฤหาสน์ของตระกูลเฉียน แล้วมีปัญหาอะไรเหรอ? ถ้าคุณปู่เฉียนคิดว่าฉันไม่คู่ควรที่จะอยู่ที่นี่ละก็ งั้นฉันก็จะโทรศัพท์ไปที่บ้าน