ให้พวกเขาจัดการที่นี่ให้เป็นของตระกูลไป๋เลย”
เมื่อไป๋ซูพูดจบ สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนสีจนดูน่าเกลียดยิ่งขึ้น
แม้แต่ข้าวปลาที่เหลือก็เลิกกินไปเลย รีบลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากห้องอาหารทันที
หลังจากที่ชายชราจากไปแล้ว หลงหลินถามไป๋ซูด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณทำอย่างนี้กับเขา หรือว่าไม่กลัวเขาจะทำเรื่องที่ไม่ดีกับคุณบ้างเลยเหรอ?”
ดูเหมือนว่าเป็นเพราะหลงหลินเป็นฝ่ายที่เริ่มพูดกับไป๋ซูก่อน สีหน้าของไป๋ซูแสดงถึงความดีใจออกมา “คุณหลงหลินหมายถึงอะไร จะฆ่าฉันงั้นเหรอ? ฉันเชื่อว่าคุณปู่เฉียนคงไม่กล้าถึงเพียงนี้หรอก เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก ต้องคิดคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบไว้แล้ว”
หลงหลินก็ย่อมไม่เข้าใจถึงเกมการต่อสู้ระหว่างพวกเขาสองคน จึงได้แต่นิ่งเฉยไม่พูดอะไรอีก
ส่วนไป๋ซูเชิญชวนด้วยความมีน้ำใจว่า “ถ้าพวกคุณทั้งสองมีเวลาว่างละก็ ทิวทัศน์บริเวณรอบๆนี้สวยงามไม่เลวทีเดียว ฉันอาสาพาพวกคุณออกไปเที่ยวชมรอบๆได้นะ เชื่อว่าอย่างน้อยก็ช่วยผ่อนคลายความกลัดกลุ้มในใจของพวกคุณได้บ้าง”
เฟิ่งซีมองไปยังหลงหลิน ตัวเองก็ตัดสินใจไม่ถูก
หลงหลินคิดดูแล้ว ถ้าเป็นแค่เพื่อนกันแล้ว ก็แทบจะไม่ต้องหวาดระแวงกันอีกแล้ว จึงพยักหน้าตอบตกลงไป
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว พี่น้องสองสาวมองเห็นรถเบนซ์สปอร์ตเปิดประทุนที่จอดอยู่ข้างหน้า รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก
ส่วนไป๋ซูนั่งอยู่ในรถแล้วตะโกนเรียกเธอทั้งสอง“ที่นี่หารถที่ดีกว่านี้ไม่ได้จริงๆ