คงต้องลำบากพวกคุณทั้งสองแล้ว ถึงแม้ฉันก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะว่าบางทีก็เร่งความเร็วไม่ค่อยขึ้น แต่พวกเราแค่ใช้แทนการเดินแก้ขัดไปเท่านั้นเอง คงไม่มีผลกระทบอะไรมาก”
ถึงแม้รู้มาก่อนแล้วว่าไป๋ซูเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวยก็ตาม แต่ตอนนี้มาเห็นรถสปอร์ตหรูมาจอดอยู่ตรงหน้า แล้วยังให้พวกเธอเข้าไปนั่งอีกจึงดูเก้ๆกังๆไปบ้าง
ไป๋ซูถามด้วยความแปลกใจว่า “ทำไมเหรอ? พวกคุณทั้งสองไม่ค่อยชอบใช่มั๊ยล่ะ? หรือจะให้ฉันไปเปลี่ยนรถอีกคันมาก็ได้นะ ในโรงรถก็ยังมีเบนท์ลี่ย์สีดำอีกคันหนึ่ง
หลงหลินรีบโบกมือแล้วพูดว่า“ไม่ใช่ คุณไม่ต้องไปเปลี่ยนหรอก”
ไป๋ซูก็ส่งยิ้มให้กับพวกเธอ
หลงหลินก็รู้ว่าในใจเฟิ่งซีคิดอะไรอยู่ จึงหันไปบอกเธอว่า “ไปเถอะ ก็แค่นั่งรถไปด้วยกันครั้งเดียวเอง ก็ถือเสียว่าเป็นการทดสอบอย่างหนึ่ง”
เฟิ่งซีจึงเดินตามหลงหลินเข้าไปนั่งในรถเบนซ์คันนี้
เสน่ห์ของรถเปิดประทุนก็อยู่ที่ความรู้สึกที่พลิ้วไปกับสายลมเช่นนั้น มักจะทำให้คนเราเกิดจินตนาการที่อยากจะโบยบินไปสู่ท้องฟ้า ไป๋ซูขับรถเร็วมาก ภายใต้ความเร็วเช่นนั้น ใบหน้าที่ปะทะกับสายลม มันช่างเย็นสบายสดชื่น ราวกับอิสรภาพที่หลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น
แสงแดดที่อบอุ่นสาดส่องลงมาบนร่างกาย มันช่างแสนอบอุ่นอะไรเช่นนั้น
สิ่งที่ดีที่สุดที่ฟ้าประทานมาให้นั่นก็คือธรรมชาติที่อยู่ที่นี่
ระหว่างทางก็วิ่งแซงรถคันอื่นไปคันแล้วคันเล่าอย่างต่อเนื่อง มักจะมีสายตาที่ชื่น