ไป๋ซูยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าเป็นเช่นนี้ละก็ งั้นก็จำเป็นจะต้องหาสิ่งที่สามารถทดแทนคนที่ชื่อเฉินเฟิงให้ได้ หรือไม่ก็ต้องมีอีกฝ่ายยินยอมที่ชดใช้ด้วยเงินตอบแทนจำนวนหนึ่ง”
ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย เฉินเฟิงก็มีแค่คนเดียว ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีทางที่จะปล่อยวางกันได้เลย แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายได้อย่างไรกัน
ผลลัพธ์ที่ไป๋ซูได้รับคือสายตาที่เหยียดหยามของหลงหลิน แต่ดูเหมือนเขากลับไม่แยแสอะไรเลย พูดต่อไปอีกว่า “ถ้าเผื่อว่าฉันจะยื่นเสนอเงินก้อนหนึ่งให้กับคุณปู่เฉียน เพื่อจะซื้อชีวิตของผู้ชายคนนี้ล่ะ”
ชายชรามองไปยังไป๋ซูด้วยสีหน้าหวั่นไหว ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เจ้าหนุ่มไป๋ แกรู้ไหมว่าแกกำลังพูดอะไรออกมา?”
ไป๋ซูก็พยักหน้าอย่างเรียบๆแล้วพูดว่า “ฉันก็ย่อมต้องรู้ตัวดี มันก็แค่ราคาค่างวดของชีวิตคนคนหนึ่งเท่านั้นเอง ฉันคิดว่าขอเพียงแค่คุณปู่เฉียนยอมขายละก็ ฉันก็จะเสนอให้ในราคาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน”
คำพูดของไป๋ซูฟังดูแล้วช่างโอหังเหลือเกิน แม้แต่หลงหลินก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่
“เจ้าหนุ่มไป๋ คุณปู่เฉียนคิดว่าตัวเองดีต่อแกก็ไม่ใช่น้อยเลยนะ แต่ทำไมแกถึงทำกับปู่ได้ขนาดนี้” ชายชราพูดตำหนิ
แต่ว่าไป๋ซูกลับพูดอย่างไม่แยแสว่า “งั้นก็คงเพราะว่าฉันแช่ไป๋ล่ะมั้ง! ฉันคิดอยากจะทำอะไรก็ต้องได้ทำอย่างนั้น ไม่มีใครสามารถห้ามฉันได้ รวมทั้งคุณปู่เฉียนด้วย”
ชายชราโกรธ