เคืองมาก มองไปยังไป๋ซู แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
ที่ไป๋ซูพูดมาก็ไม่ผิด เพียงเพราะว่าเขาแซ่ไป๋ เขาจึงไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น
มองดูท่าทางที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันทั้งสองฝ่ายแล้ว หลงหลินก็รู้ตัวว่าไม่ควรจะพูดอะไรออกไปอีก ส่วนไป๋ซูนั้นถ้ายอมช่วยเหลือเธอในการช่วยให้เฉินเฟิงออกมาได้ เธอก็ย่อมรู้สึกซาบซึ้งอย่างหาที่สุดไม่ได้
ดูไปแล้วชายชรารู้สึกไม่ใส่ใจเท่าไรนัก สถานการณ์ที่หักมุมเช่นนี้ ทำให้เขาไม่สามารถที่จะปรับตัวรับมือได้
ไป๋ซูกลับยิ้มแล้วพูดว่า “คุณปู่เฉียนค่อยๆคิดไตร่ตรองไปก่อนก็ได้นะ ฉันคิดว่าพี่สาวทั้งสองก็น่าจะไม่รีบเร่งนักหรอก”
เขามองดูยังพี่น้องสองสาวตระกูลฉาง แล้วพูดต่อไปอีกว่า “แต่ให้ดีก็หวังว่ารีบตัดสินใจให้ชัดเจนจะดีกว่านะ สำหรับเงื่อนไขที่จะเสนอออกมาอย่างไรนั้น ฉันคิดว่าในใจของคุณปู่เฉียนก็น่าจะคิดคำนวณออกมาได้แล้วล่ะ”
ไป๋ซูลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยังสองสาวพี่น้อง “พวกเรากลับไปก่อนดีกว่า ให้เวลาคุณปู่เฉียนคิดตัดสินใจหน่อยนะ”
คำพูดของเขานี้เป็นการพูดกับสองสาวพี่น้อง หลงหลินคิดดูแล้ว ก็จูงมือเฟิ่งซีเดินตามหลังไป๋ซูออกไป
หลังจากเดินพ้นจากประตูมาแล้ว หลงหลินถามอย่างสงสัยว่า “ไป๋ซู ตระกูลไป๋? เป็นตระกูลไป๋แบบไหนกันแน่ ถึงกับอาศัยคำพูดเพียงคำเดียวแค่นี้ก็ทำให้อีกฝ่ายยอมปล่อยตัวคนได้แล้ว”
ไป๋ซูหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็นเพียงตระกูลที่ไม่ค่อยได้เรื่องตระกูลหนึ่งเท่านั้นเอง ตอนนี้ในวงการการต่อส