ู้ทั่วไปก็แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อนเลย”
“คุณไม่อยากจะพูด ก็ช่างมันเถอะ” หลงหลินก็คิดเสียว่าคำพูดของเขาเป็นเพียงคำแก้ตัวเท่านั้นเอง ถ้าหากอาศัยคำพูดนี้เพียงคำเดียวก็สามารถกดดันชายชราในห้องนี้ได้แล้วละก็ ตระกูลไป๋นี้คงไม่ใช่กระจอกอย่างที่ไป๋ซูพูดอย่างแน่นอน
“ถ้าคุณคิดเช่นนี้ละก็ งั้นแล้วแต่จะคิดก็แล้วกัน ฉันก็คงไม่มีอะไรที่จะพูดมากอีกแล้ว” ไป๋ซูก็ยังไม่ยอมเปิดเผยออกมาเหมือนเดิม
หลังจากที่ไป๋ซูพาพี่น้องสองสาวตระกูลฉางกลับไปส่งที่ห้องของพวกเธอแล้ว ตัวเขาเองก็เดินเข้าไปในห้องโถงตามลำพัง
ตอนนี้ภายในนั้นไม่มีใครสักคนเลย เขาเดินเข้าไปตรงกลางห้องโถง ยืนอยู่ตามลำพังสักพักใหญ่ ก็มีคนเดินเข้ามาหาเขา
ถ้าหากชายชราคนนั้นอยู่ที่นี่ด้วยละก็ จะต้องรู้สึกเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอนที่เห็นว่าอะซานทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้
อะซานเดินมาถึงข้างกายไป๋ซู แล้วพูดอย่างนอบน้อมว่า “ผู้ชายที่ชื่อเฉินเฟิงคนนั้นตอนนี้ก็อยู่ในห้องใต้ดินแล้ว”
ไป๋ซูพยักหน้า “พาฉันไปสิ”
อะซานตอบรับว่า “ได้ครับ”
ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลเฉียนก็ตาม แต่กุญแจในคุกห้องใต้ดินทั้งหมดล้วนอยู่ในการดูแลของอะซานทั้งนั้น เมื่อพาไป๋ซูเดินลงไปตามทางข้างล่าง ก็จึงไม่พบเห็นมีอะไรกีดขวางเลย
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงคุกใต้ดินที่มืดมิดห้องนั้นที่เฉินเฟิงถูกกักขังอยู่
อะซานเปิดประตูให้กับไป๋ซู เฉินเฟิงที่อยู่ในห้องนั้นก็ยังคงอยู่ในสภาพที่สล