มาดีๆก็แล้วกัน”
เฉินเฟิงก็ย่อมไม่พอใจที่ถูกไอ้หมอนี่มาบังคับด้วยท่าทีเหิมเกริมเช่นนี้ ได้แต่หลับตาลงเพื่อฟื้นฟูภายในจิตใจอารมณ์ของตัวเอง
เขารู้ดีว่าตัวเองตกอยู่ในน้ำมือของคนพวกนี้แล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้แต่ว่าเฉินเฟิงไม่กลัวตาย ก็ย่อมไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงอีกแล้ว แต่ก็ยังเป็นกังวลสถานการณ์ของพี่น้องสองสาวตระกูลฉางในตอนนี้
ไป๋ซูก็ไม่สนใจท่าทีของเฉินเฟิง ถามต่อไปอีกว่า “เฟิ่งซีและหลงหลินแกน่าจะรู้จักใช่มั๊ย?”
เมื่อได้ยินชื่อของพี่น้องสองสาวแล้ว เฉินเฟิงก็ลืมตาขึ้นมา “พวกเธออยู่ในกำมือแกเหรอ?”
ไป๋ซูมองดูท่าทีที่ตื่นเต้นของเฉินเฟิง หัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “สองคนนั้นก็เป็นห่วงแก ส่วนแกก็เป็นห่วงพวกเธอขนาดนี้ ดูแล้วมันช่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่เสียดายที่ว่า แกเป็นเพียงแค่เศษสวะเท่านั้น” สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นขึ้นมาทันที มองไปยังเฉินเฟิงอย่างไม่สบอารมณ์
“บอกฉันมา พวกเธอเป็นยังไงบ้างแล้ว?” เฉินเฟิงตะโกนถามไป๋ซู
ไป๋ซูก็กลับสู่ท่าทางที่เรียบง่ายเช่นเดิม แล้วพูดอย่างเรียบๆว่า “มีแต่ฉันเท่านั้นที่จะเป็นฝ่ายถามคำถามแก แกกับพี่น้องสองสาวนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกัน ถ้าแกยังอยากเห็นหน้าพวกเธออีกละก็ ตอบฉันมาตรงๆ”
เฉินเฟิงก็รู้สึกเป็นห่วงหลงหลินสองคนนั้นจริงๆ แต่ไป๋ซูกลับเอาพวกเธอทั้งสองคนมาข่มขู่ตัวเอง จนเขาแทบจะไม่มีทางเลือกแล้ว
“เป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์แบบเพื