อะสี่ได้ยินแล้ว ก็ตอบรับด้วยความคึกคัก
“ฉันจะทำให้เขาไม่มีวันลืมความรู้สึกอย่างนั้นได้เลย หนำซ้ำยังจะทำให้เขาติดใจอีกด้วย”
เฉินเฟิงฟังแล้วรู้สึกกล้ามเนื้อทวารหดเกร็ง ในใจรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก
แต่ว่าในมือของเขาก็ยังไม่หยุดนิ่ง ระหว่างที่ไอ้หมอนั่นใช้แข้งขาฟาดมานั้น ก็ยังสามารถที่จะหลบหลีกท่าเตะด้วยขาหน้าของไอ้หมอนั่นไปได้หลายครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของอะสี่แล้ว ชายหนุ่มก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา “อะสี่ แกนี่เหมือนกับตัวตลกฮาจริงเลย ฉันรู้อยู่แล้วว่าคราวนี้พาแกมาด้วยต้องไม่ผิดหวังแน่นอน ถ้าแกสามารถจัดการกับไอ้หมอนี่ได้ละก็ ฉันจะขอให้ปู่ฉันเอาอาวุธชิ้นนั้นที่แกอยากได้มานานให้เป็นรางวัลตอบแทนเลย”
นึกไม่ถึงเลยว่าระหว่างที่ยังประมือกับเฉินเฟิงอยู่นั้น เขายังสามารถพูดคุยกับชายหนุ่มคนนั้นได้อีกด้วย “คุณชายเจ๋คุณอย่าผิดคำพูดก็แล้วกัน ในเมื่อคุณยอมเอาของสิ่งนั้นมาให้ฉันละก็ งั้นฉันย่อมต้องแสดงความสามารถออกมาบ้างแล้วล่ะ”
ขณะที่พูดคุยกันนั้น พละกำลังในตัวดูเหมือนเปี่ยมล้นมากขึ้นอีกด้วย
เฉินเฟิงถูกเตะกระเด็นออกไปไกลถึงเจ็ดแปดก้าว ยืนอยู่ตรงนั้น กำลังคิดว่าจะพักหายใจสักครู่ แต่ว่าอะสี่กลับไม่ให้โอกาสเขาเลย ดูเหมือนว่ามีความมุ่งมั่นที่จะต้องเอาอาวุธชิ้นนั้นให้มาได้
อะสี่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เฉินเฟิงลังเลต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะต้องสู้จนตายไปข้างหนึ่ง หรือไม่ก็จะต้องถู