เปิดผ้าห่มออกมา แล้วคลานลงมาจากเตียง
ข้างเตียงวางมีรองเท้าแตะไว้หนึ่งคู่ ทำจากผ้าสำลี สวมใส่ขึ้นมาแล้วรู้สึกอบอุ่นดี
เฟิ่งซีใส่รองเท้าแตะแล้วเดินสำรวจภายในห้องนั้น
ดูเหมือนเป็นห้องรับรองแขกห้องหนึ่ง ไม่มีเครื่องใช้ส่วนตัวของเจ้าของบ้านเลย มีเพียงภาพสีน้ำไม่กี่ภาพแขวนอยู่บนผนังห้อง ห้องทั้งหลังแลดูสะอาดสะอ้านสว่างตา เรียบง่ายดี
มองออกไปนอกหน้าต่าง เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่โตมาก สวนดอกไม้นั้นก็มองไม่เห็นผู้คนเลย แต่ก็น่าจะมีการทำความสะอาดเป็นประจำ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในห้องนั้นไม่พบสิ่งของอะไรเลย เฟิ่งซีจึงเดินมาจนถึงหน้าประตูห้อง
ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาจากประตูด้านนอก ดูเหมือนว่าไม่เพียงแค่คนเดียว
จากนั้นประตูห้องของเธอก็ถูกเปิดออก เฟิ่งซีตกใจจนถอยไปยังข้างฝาผนังห้อง
ส่วนคนที่เดินเข้ามาเป็นผู้หญิงสองคนที่ใส่ชุดเสื้อผ้าเหมือนกัน ด้านหน้าใส่ผ้ากันเปื้อนไว้ ท่าทางอายุราวประมาณสามสิบกว่า ดูเหมือนเป็นเพียงแค่คนรับใช้ภายในบ้านหลังนี้เท่านั้น
เมื่อพวกเธอมองเห็นเฟิ่งซีแล้ว ดูเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรเท่าไหร่นัก หนึ่งในนั้นที่รูปร่างผอมบาง พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ”
เฟิ่งซีก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ดูแล้วสองคนนี้ไม่น่าจะทำร้ายเธอได้ จึงกล้าที่จะถามว่า “ที่นี่เป็นสถานที่อะไรเหรอ?”
ผู้หญิงที่ผอมบางพูดว่า “ที่นี่คือคฤหาสน์ของคุณท่านเฉียน”
เฟิ่งซีพูดซ้ำว่า “