คุณท่านเฉียน?”
แต่ผู้หญิงสองคนนั้นไม่ได้ตอบเธอ เพียงแต่เดินเข้าไปเพื่อนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วกลับเข้ามาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในห้อง จากนั้นก็พูดกับเฟิ่งซี “ถ้าคุณหนูหิวล่ะก็ เดินออกไปที่ห้องอาหารที่อยู่ข้างนอก ที่นั่นมีอาหารให้รับประทานมากมายเลยค่ะ”
เฟิ่งซีก็พยักหน้า
เมื่อรอให้ผู้หญิงทั้งสองคนจากไปแล้ว เฟิ่งซีก็เดินออกมาจากห้อง
ที่นี่เป็นบ้านหลังที่ใหญ่โตมาก ขนาดระเบียงทางเดินก็ยาวประมาณสิบกว่าเมตรแล้ว
ระเบียงทั้งสองข้างยังมีห้องหลายห้องอยู่ ประตูห้องก็ถูกปิดไว้ เฟิ่งซีกลับไม่ได้ไปใส่ใจ ได้แต่เดินไปตามระเบียงทางเดินจนไปถึงสุดปลายทาง
ที่นั่นดูเหมือนเป็นห้องอาหารที่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดถึง มีโต๊ะอาหารยาวประมาณสี่ห้าเมตรวางอยู่ตรงกลางห้องอาหาร ทั้งสองข้างก็มีเก้าอี้วางเรียงรายมากมาย ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นที่ว่างทั้งนั้น มีเพียงที่นั่งด้านหน้าสุดที่มีคนนั่งอยู่สี่ห้าคน
เฟิ่งซีจำได้หนึ่งในนั้นได้ ชายชราที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะคนนั้น ก็คือคนที่มาหาที่บ้านวันนั้น
ชายชราเมื่อเห็นเฟิ่งซีแล้ว ร่างที่หลังค่อมก็ลุกขึ้นยืน พูดกับเฟิ่งซีว่า “คุณหนูฉาง”
เฟิ่งซีพยักหน้า แต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอก็ยังคงจำได้ว่าหลานชายของชายชราคนนี้บุกเข้าไปในบ้านของเธอ
ชายชราค่อยๆเดินมาตรงหน้าเฟิ่งซี เฟิ่งซีกลับรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย คิดจะเดินถอยหลังออกไป
แต่ชายชราเมื่อมาถึงตรงหน้าเธอ กลับโค้งตัวลงคำนับให้เธอ เดิมทีรูปร