่างที่หลังค่อมอยู่แล้ว กลับแลดูยิ่งโค้งลงมากขึ้นไปอีก
“ต้องขอโทษจริงๆ สำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคุณหนูทั้งสอง ฉันจะขอรับผิดชอบทั้งหมดอย่างเต็มที่”
เฟิ่งซีก็นึกถึงหลงหลินขึ้นมา จึงรีบถามว่า “แล้วพี่สาวฉันล่ะ? พวกคุณทำอะไรกับพี่สาวฉัน?”
เมื่อพูดถึงหลงหลินขึ้นมา เฟิ่งซีก็แทบจะไม่เกรงกลัวชายชราที่อยู่ตรงหน้าเธออีกแล้ว
ชายชรายืดตัวตรงขึ้น แล้วพูดว่า “คุณหนูหลงหลินเพียงแต่ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ก็อยู่ห้องข้างๆกับห้องท่านนั่นแหละ”
เฟิ่งซีได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่สนใจชายชราที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้าเธออีก หันหลังกลับแล้ววิ่งกลับไป
ด้านซ้ายขวาของห้องเธอก็มีห้องอยู่ทั้งสองข้าง เมื่อเปิดดูห้องแรกแล้ว เห็นมีคนนอนอยู่บนเตียง เฟิ่งซีวิ่งเข้าไปดู เห็นเป็นหลงหลินจริงๆด้วย
เธอจึงรีบตรวจดูอาการทั่วไปของหลงหลิน การหายใจที่สม่ำเสมอ ชีพจรก็เต้นปกติ ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเลย
จึงทำให้เฟิ่งซีวางใจได้
ส่วนชายชราคนนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง แล้วพูดกับเฟิ่งซีว่า “สำหรับเรื่องนั้นแล้ว รอให้คุณหนูหลงหลินฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วฉันจะอธิบายให้ทั้งสองได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลย”
พูดพลางเขาก็หันหลังกลับแล้วกำลังจะจากไป เฟิ่งซีจึงตะโกนเรียกเขาไว้ “กรุณารอสักครู่ค่ะ”
ชายชราก็หันหน้ากลับมามองเธอ เฟิ่งซีถามว่า “แล้วเฉินเฟิงล่ะ? เฉินเฟิงตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว?”
แต่ว่าดูเหมือนเมื่อพูดถึงเฉินเฟิงแล้ว สีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนสีทันที