อะซานถูกจ้องมองด้วยสายตาเช่นนี้ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ แต่ว่าเมื่อเห็นแขนขาของเฉินเฟิงถูกมัดเอาไว้แล้ว ในใจเขาก็แอบด่าตัวเอง
จากนั้นก็ดึงเอาแส้ที่อยู่ด้านข้างออกมา แล้วฟาดใส่ร่างของเฉินเฟิงอย่างไม่หยุดยั้ง ส่วนชายชราดูเหมือนกำลังดื่มด่ำชื่นชมกับฉากนี้มาก เขาก็นั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้าง คอยชมดูท่าทางที่เจ็บปวดของเฉินเฟิงด้วยความสะใจ
จนกระทั่งเฉินเฟิงสลบไปเพราะร่างกายที่อ่อนแอทนรับต่อไปไม่ไหว อะซานจึงได้หยุดลง
“วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน อย่าให้เขาตายไปก่อนล่ะ” ชายชราพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
อะซานเดินอยู่ข้างหลังก็พยักหน้าตอบรับ
ส่วนหลงหลินที่อยู่ด้านบนนั้นในที่สุดก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาแล้ว เธอมองเห็นเฟิ่งซีอยู่ตรงหน้าเธอ ดูเหมือนกำลังย้อนนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่ตัวเองจะสลบไป
คืนนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมากะทันหัน ก็นอนไม่หลับอีกแล้ว จึงเดินไปที่ห้องหนังสือเพื่อฆ่าเวลา นึกไม่ถึงว่าระหว่างทางถูกคนวางยาสลบ เรื่องราวจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
แต่ว่าตอนนี้เห็นตัวเองนอนอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยเลย ข้างกายยังเป็นน้องสาวของตัวเองอีกด้วย จึงทำให้เธอยิ่งเป็นกังวล จึงถามว่า “พวกเราตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ?”
เฟิ่งซีเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามที่ตัวเองได้เห็นมาให้ฟังทั้งหมด เมื่อได้ยินเรื่องราวที่เฉินเฟิงฆ่าคนตายแล้ว หลงหลินก็อดไม่ได้ที่จะแตกตื่นตกใจ
แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นเฉินเฟิงแ