ล้ว เธอก็ถามอีกว่า “แล้วเฉินเฟิงล่ะ?”
เฟิ่งซีส่ายหน้า “พวกเขาไม่ยอมบอกฉัน แต่แน่นอนที่ต้องถูกพวกเขาจับตัวไปแล้ว”
เฟิ่งซีนึกถึงคนพวกนั้นที่ตัวเองเห็นก่อนที่จะสลบไป พวกนั้นหลายคนรุมล้อมกระทืบเฉินเฟิงอย่างไม่หยุดยั้ง แต่แทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องของเฉินเฟิงเลย
หลงหลินก็ลุกขึ้นนั่งแล้วพูดว่า “พาฉันไปหาคุณท่านเฉียนคนนั้นหน่อยสิ”
เมื่อออกจากประตูห้องไป พี่น้องสองสาวก็เดินตรงไปยังห้องอาหาร แต่ว่าตอนนี้มีเพียงแค่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้ปากประตูทางเข้า
ดูไปแล้วอายุของเขาก็ประมาณไม่เกิน20ปี นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่นั่นอย่างเงียบสงบ เมื่อได้ยินมีคนเดินเข้ามา เขาจึงเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้กับสองสาวพี่น้องแล้วพูดว่า “พี่สาวทั้งสองทำไมไม่นอนพักต่ออีกหน่อยล่ะ”
แสดงออกถึงรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นออกมา แต่ผลที่ได้รับกลับเป็นสายตาที่เยือกเย็นของหลงหลิน
“คุณท่านเฉียนล่ะ?” หลงหลินถามด้วยความเย็นชา
ชายหนุ่มตอบว่า “ดูเหมือนว่าคุณปู่เฉียนจะออกไปข้างนอกแล้ว พวกคุณหาเขามีเรื่องอะไรเหรอ? ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร พูดกับฉันก็ได้นะ ฉันสามารถช่วยแก้ปัญหาให้พวกคุณได้นะ”
ชายหนุ่มคนนี้ดูไปแล้วท่าทางมีน้ำใจดี เขาน่าจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
หลงหลินจึงไม่อยากเสียเวลากับเขามากนัก ได้แต่พูดด้วยเสียงเยือกเย็นเหมือนเดิมว่า “รอให้คุณท่านเฉียนกลับมาแล้วช่วยบอกพวกเราด้วย”
ดูเหมือนว่าตัวเองต้องมาอยู่ในที่นี้อย่างกะ