ทันหัน แล้วก็ไม่สามารถช่วยเฉินเฟิงออกมาได้ ทั้งสองคนจึงได้แต่กลับไปรอที่ห้องต่อไป
ชายหนุ่มคนนั้นวางหนังสือลงทันทีแล้ววิ่งตามไป มาถึงตรงหน้าของพี่น้องสองสาวตระกูลฉาง
หลงหลินมองเขาด้วยท่าทีรังเกียจ ถามว่า “แล้วคุณจะทำอะไรอีกล่ะ?”
ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่แสดงท่าทีเบื่อหน่ายเลย ยังคงยิ้มให้เหมือนเดิมแล้วพูดว่า “ฉันอยากจะถามพวกคุณทั้งสองว่าหิวแล้วหรือยัง พวกคุณสลบมานานขนาดนั้นแล้ว”
ในเวลานี้เอง ท้องของเฟิ่งซีก็ร้องเสียงจ๊อกๆออกมาอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา เธอหิวมานานแล้ว แต่ว่าไม่กล้าไปกินอาหารที่นี่ และไม่กล้าที่จะไปขอจากพวกเขาด้วย
หลงหลินมองเขาแล้วพูดว่า “ถ้าคุณมีของกินละก็ ช่วยส่งมาให้พวกเราที่ห้องหน่อยสิ”
อย่างน้อยก็เป็นการขอร้อง ท่าทีของหลงหลินก็อ่อนโยนลงบ้างเล็กน้อย
ชายหนุ่มยิ้มตอบตกลง
พวกเธอนั่งรออยู่ที่ห้องไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู รู้ว่าเป็นชายหนุ่มคนนั้นส่งอาหารมาให้ เฟิ่งซีจึงเปิดประตูให้คนนั้น
ชายหนุ่มก็ยกข้าวกล่องสองกล่องมาจริงๆ เขากำลังคิดจะยกเข้ามาในห้อง แต่กลับถูกเฟิ่งซีแย้งเอาไปมาก่อน จากนั้นก็ปิดประตูห้องใส่หน้าเขา
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร มองดูประตูห้องที่ปิดใส่หน้า แล้วเดินกลับไปห้องอาหารอ่านหนังสือของตัวเองต่อไป
เมื่อถึงเวลาใกล้ภพค่ำแล้ว พี่น้องสองสาวตระกูลฉางก็เดินออกมาถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเขาไม่อยู่
เดิมทีคิดว่าตัวเองจะไปเดินต