ดวงตาทั้งคู่ส่องประกายความเยือกเย็นออกมา แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ขอให้คุณหนูเฟิ่งซีดูแลคุณหนูหลงหลินให้ดีก็แล้วกัน”
พูดเพียงแค่นี้ก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไป
เฟิ่งซียังอยากจะถามต่อไปอีก แต่ประตูห้องกลับถูกปิดเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเฉินเฟิงในตอนนี้ อยู่ในห้องใต้ดินที่มืดมิดและเปียกชื้นแห่งหนึ่ง รอบๆบริเวณมิดชิดไม่มีอากาศถ่ายเทเลย ได้ยินแต่เสียงน้ำหยดท่ามกลางความมืดมิดเท่านั้น
เฉินเฟิงยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย มือทั้งสองข้างของเขาถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กที่แขวนไว้แน่นหนา ขาทั้งคู่ก็ถูกมัดไว้เช่นกัน
สุดปลายทางของห้องใต้ดินนั้น ประตูไม้ที่ผุพังบานหนึ่งค่อยๆเปิดออก ชายชราเมื่อครู่ที่อยู่ในห้องอาหารตอนนี้ก็ได้พาไอ้หนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่งเดินเข้ามา
ชายชราถามว่า “เขายังไม่ฟื้นเลยเหรอ?”
ชายร่างกำยำคนนั้นก็ตอบว่า “สลบไปหนึ่งวันกว่าแล้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย”
ชายชราพยักหน้า แล้วถามว่า “แล้วอะสี่ล่ะ?”
“ขาหักไปข้างหนึ่งแล้ว เดิมทีวรยุทธ์ที่เขาฝึกฝนก็ถนัดแต่การใช้ขาเตะ ตอนนี้ก็คิดว่าคงเป็นได้แค่คนพิการคนหนึ่งเท่านั้น” น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นก็ยังคงราบเรียบเหมือนเดิม ราวกับว่าอะสี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย
แต่แท้ที่จริงแล้ว อะสี่เป็นน้องชายแท้ๆของเขาเอง
ชายชราพูดปลอบใจว่า “ไปหาหมอที่เก่งที่สุดมาช่วยต่อขาให้เขาด้วย ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ใช้ขาเทียมแทน จากนั้นก็มาเป็นยามรักษาความปลอดภัยที่บ้านตร