แต่ยังดีที่ว่าผ่านไปสักครู่หนึ่ง เฉินเฟิงก็พบว่าฝ่ายตรงข้ามคงเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเช่นกัน อย่างน้อยในด้านการควบคุมรถนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าตัวเองเลย
ดูราวกับเหมือนดาวตกสองดวงกำลังวิ่งพุ่งข้ามขอบฟ้าที่มืดมิดไป เหลือไว้แต่เพียงลำแสงไฟท้ายรถที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถนนสายนี้ไม่มีรถราวิ่งผ่านเลย มีเพียงรถยนต์สองคันที่วิ่งผ่านมาด้วยความเร็วสูงที่บ้าระห่ำ
ความมืดก็กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว รถทั้งสองคันก็วิ่งไปยังที่ที่ห่างไกลออกไปมากขึ้น
สี่แยกไฟแดงตรงข้างหน้า ไฟเขียวที่สว่างอยู่จวนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นไฟแดงแล้ว ส่วนรถคันนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลงเลย
แน่นอนว่าในเวลานี้ ไฟแดงก็เป็นเพียงแค่สิ่งประดับชิ้นหนึ่งเท่านั้น ความเร็วรถของเฉินเฟิงก็ย่อมไม่ได้ลดลงไปเช่นกัน
แต่ว่าก่อนที่จะถึงทางแยกนั้น ฝ่ายตรงข้ามถึงกับเหยียบเบรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วรีบหันหน้ารถหักมุม90องศา ยางล้อรถลากเป็นรอยทางยาวไปตามพื้นถนน พร้อมกับเกิดเสียงเสียดสีที่ดังแสบแก้วหูขึ้น จากนั้นก็หักเลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าไปตามถนนทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเฉินเฟิงก็รีบตอบโต้ทันที เขาเหยียบเบรกจนมิด ดูเหมือนกับกำลังเรียนแบบรถคันหน้าคันนั้น วิ่งเหยียบซ้ำไปตามรอยเดิมทำให้เกิดรอยลากเป็นทางยาวขึ้นมาเหมือนกัน
เพียงแต่ห่างกันแค่นิดเดียว เฉินเฟิงก็ได้เลี้ยวซ้ายตามเข้าไปทางถนนด้านซ้ายเช่นกัน ไม่ได้ถูกสลัดใ