ห้ทิ้งห่างออกไปเลย
แต่ว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม เฉินเฟิงก็ยังรู้สึกตกใจ ฝ่ายตรงข้ามกำลังคิดวางแผนที่จะ สลัดเขาให้ทิ้งห่างออกไป
เฟิ่งซีตกใจหน้าขาวซีดเมื่อเห็นฉากนี้แล้ว หนำซ้ำยังรู้สึกอยากจะอาเจียน ขณะที่กำลังคิดอยู่นั่นเอง เธอก็อาเจียนออกมาแล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เธอจึงเอาศีรษะที่ยื่นออกนอกหน้าต่างกลับเข้ามาในรถ
“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม” ถึงแม้เฉินเฟิงไม่สามารถหันไปมองเฟิ่งซีได้ แต่ก็ได้ยินเสียงดังนั้นจึงถามด้วยความเป็นห่วง
หลังจากอาเจียนเสร็จแล้ว เฟิ่งซีรู้สึกอึดอัดมาก จึงได้แต่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่เป็นไร! คุณจะต้องช่วยพี่สาวออกมาให้ได้นะ”
เฉินเฟิงตอบรับว่า “แน่นอน ฉันรับปากกับคุณไว้แล้ว ว่าจะต้องปกป้องพวกคุณสองคนพี่น้อง”
คำพูดนี้เฉินเฟิงพูดมาหลายครั้งแล้ว เฟิ่งซีก็ยิ่งเชื่อใจมากขึ้นว่าเฉินเฟิงสามารถทำได้แน่นอน ฟังแล้วก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น
การขับไล่บี้กันของรถทั้งสองคันนั้นก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง มีการหักเลี้ยวโค้งไปหลายครั้งติดต่อกัน แต่สุดท้ายยังก็ไม่สามารถที่จะสลัดรถของเฉินเฟิงให้ทิ้งห่างออกไปได้ ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนจะรู้แล้วว่าไม่มีทางที่จะทำสำเร็จ จึงเลิกล้มความตั้งใจไป
เกือบจะมาถึงจุดเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะว่าน้ำมันรถหมดถังแล้ว ในที่สุดรถคันที่อยู่ข้างหน้าก็ได้ลดความเร็วลงมา
เฉินเฟิงเดิมทีก็น่าจะลดความเร็วตามไปด้วย แต่ว่าในใจก็ยังไม่ไว้วางใจ ได้แ