เห็นตามมา ก็คือท่าเตะขาหน้าที่เฉี่ยวผ่านศีรษะเขาไป
เพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่น ทำให้เขาเกือบจะพลาดท่าเสียทีแล้ว ดีที่ด้วยความว่องไวของร่างกายสามารถต้านรับไว้ได้ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าพลังแรงที่ส่งผ่านมายังมือนั้น ทำให้เขามีความรู้สึกชาไปทั้งแขนทันที
“ไม่ควรที่จะเสียสมาธินะ” ชายรูปร่างกำยำคนนั้นหัวเราะเยาะ
เฉินเฟิงจึงรีบรวบรวมสมาธิ มองไปยังไอ้ตัวแสบนั่น ไม่กล้าที่จะไปสนใจอย่างอื่นอีกแล้ว เพราะว่าพละกำลังของผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าคนนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
การจู่โจมครั้งต่อไปก็ตามมาอย่างรวดเร็ว ฝ่ายตรงข้ามกระโดดเตะกลางอากาศมาหลายที ด้วยพลังแรงมหาศาล แม้แต่เฉินเฟิงก็ไม่กล้าที่จะไปปะทะต้านแรงโดยตรง ได้แต่ถอยหลังหลบไปตามแรงที่พุ่งเข้ามา
ไอ้หมอนี่ทำไมถึงได้ดุดันเช่นนี้ ขณะที่ใช้พลังแรงมหาศาลออกมาแม้แต่ความเร็วก็ยังไม่ลดลงเลย นี่ไม่เหมือนกับพวกที่ฝึกวิชาการต่อสู้ประเภทสายแข็งเลย
แต่ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เวลาเฉินเฟิงหยุดคิดแม้แต่นิดเดียว ได้แต่เตะฟาดแข้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าจะถนัดแต่ด้านการใช้ท่าเตะ ความเร็วที่ใช้ต่อเนื่องกันนั้นกลับยิ่งเร็วขึ้นจนน่าตกใจ
เฉินเฟิงเริ่มรับมือด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังไว้ได้ ไม่ได้ทำให้ตัวเองเสียเปรียบ
ในที่สุดก็ผ่านไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง ผู้ชายที่อยู่บนรถคันนั้นก็เดินลงมา แล้วตะโกนให้สองคนนั้นหยุด
เฉินเฟิงกลับรู้สึกว่าแขนทั้งสองข้างไม่เ