ออกมาอีกครั้ง: “ทำไม ไม่อยากงั้นหรอ !”
เฉินเฟิงจึงรีบยกมือขึ้นมาสะบัดไปมา: “เปล่า ไม่ใช่”
ซึ่งในตอนนั้นเองที่เฟิ่งซีมองเห็นรอยแผลบนฝ่ามือที่เพิ่งตกสะเก็ดของเฉินเฟิง ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็แสดงอาการเป็นห่วงขึ้นมา ก่อนที่เธอจะรีบเข้าไปกุมมือนั้นของเขาแล้วใช้มือลูบเบาๆ พร้อมกล่าวถาม: “ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
มือข้างหนึ่งที่ถูกเฟิ่งซีกุมเอาไว้ทำให้รับรู้ถึงความเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามา และความเรียบลื่นของมือนั้นก็ทำให้รู้สึกสบายอย่างมาก เฉินเฟิงจ้องมองไปยังใบหน้าที่วิตกของเฟิ่งซี ใจของเขาก็พลันถูกสะกดเอาไว้
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงเหม่อมองมา เฟิ่งซีจึงตวาดมือขึ้นไปตบหน้าเขา : “คนเลว คุณก็รู้จักแต่จะรังแกคนอื่น”
เฉินเฟิงสะดุ้งพร้อมรีบตอบกลับ: “ผมไม่รังแกคุณหรอก ผมเคยสัญญากับพวกคุณเอาไว้แล้ว ยังไงผมก็ยังต้องปกป้องพวกคุณ ”
เฟิ่งซีใจอ่อนลงทันที พร้อมทั้งไม่คิดจะไปเอาเรื่องอะไรที่เขาจ้องมองเธอแบบนั้น
และในขณะที่เธอกำลังจะพูดบางอย่าง บริเวณด้านนอกลานก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามา เฟิ่งซีจึงรีบขยับตัวเว้นระยะห่างกับเฉินเฟิงทันที
ส่วนเฉินเฟิงเองที่ไม่สามารถไปรั้นตัวเฟิ่งซีไว้ จึงได้แค่เปลี่ยนความสลดในใจเป็นความโกรธ เตรียมจะระบายอารมณ์กับคนที่กำลังจะเข้ามา
เพียงไม่นาน เชียนสวนยี่ก็เข้ามาพร้อมกับคนตระกูลเชียนอีกหลายคน เขาเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ในเมื่อนายท่านเชียนฟื้นแล้วการที่เขาจะมีความสุขย่อมเป็นเรื่องปก