หลังจากที่เฟิ่งซีดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้ฟื้นสภาพในทันที แต่ริมฝีปากนั้นดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับมีหยดน้ำที่ติดอยู่ตรงมุมปาก ราวกับหยดน้ำที่กำลังหยดลงมาใบบัวเลยก็ว่าได้
“มองอะไร?”
เฉินเฟิงรีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเฟิ่งซีก็เหมือนจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมาก่อนจะมองไปยังเฉินเฟิงด้วยความตะลึง
เฉินเฟิงที่ยังเฉื่อยชา เลยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทั้งยังเตรียมที่จะสอบถามด้วยความเป็นห่วง แต่กลับพบว่าสายตาของเฟิ่งซีกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความโกรธเคือง : “คุณเป็นคนทำงั้นหรอ?”
เฉินเฟิงไม่เข้าใจ จึงมองเฟิ่งซีด้วยความสงสัยพร้อมกล่าวถาม : “อะไร?”
“เสื้อผ้าของฉัน!” เฟิ่งซีอุทาน
เฉินเฟิงรู้ได้ทันทีเลยว่าเธอต้องกำลังเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายทันที : “เสื้อผ้าของคุณเปียกหมดแล้ว ถ้าปล่อยให้คุณนอนไปทั้งอย่างนั้นจะต้องเป็นไข้แน่ๆ ดังนั้น ……。”
“คุณออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ!”
ยังไม่ทันที่เฉินเฟิงจะอธิบายจบ เฟิ่งซีก็ถลึงตาโตใส่เฉินเฟิงพร้อมกับตะคอกด้วยความโมโหเสียแล้ว
เฉินเฟิงได้เพียงต้องยอมออกมาด้วยความขุ่นมัวเท่านั้น เพราะเดิมทีกลัวว่าเฟิ่งซีจะเข้าใจผิดจริงๆ เขาเลยอยากจะอธิบายให้กับเธอ แต่ดูจากสายตาของเฟิ่งซีแล้ว หากยังรั้งอยู่ต่อเธอคงจะต้องอาละวาดขับไล่เขาออกมาแน่ๆ
เมื่อเดินออกมาจากห้อง เขาก็เดินไปเยี่ยมดูอาการของหลงหลิน ตอนนี้อาการบ