เฉินเฟิงที่โดนว่าอย่างนั้นก็โมโหเช่นกัน เขาจึงตะเบ็งพูดด้วยน้ำเสียงสูงขึ้น : “แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง จะให้ทำเป็นไม่สนใจคุณเลย แล้วปล่อยคุณนอนบนพื้นไว้คนเดียวทั้งคืนแบบนั้นผมทำไม่ได้หรอกนะ”
เมื่อโดนเฉินเฟิงพูดแบบนี้ใส่ เฟิ่งซีก็ไม่รู้ว่าจะโต้เถียงกลับอย่างไรดี ทั้งที่คนที่ถูกเอาเปรียบคือเธอแท้ๆ แต่เขาดันทำท่าทีน้อยใจแทนเสียอย่างนั้น และเมื่อเป็นแบบนี้เฟิ่งซีที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธเข้าไปอีก
“คุณมันก็แค่คนเลว” เธอด่าออกมา พร้อมกับหันหน้าหนีไม่สนใจเขาอีก
เฉินเฟิงเองก็เข้าใจว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้นดูเกินเลยไปหน่อย เขาจึงสงบอารมณ์ลงทันที: “ให้ผมได้ไถ่โทษกับคุณไม่ได้เลยหรอ? ผมผิดไปแล้ว คุณบอกผมมาว่าต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมให้อภัย คุณคงไม่คิดจะทำแบบนี้กับผมไปตลอดหรอกนะ”
สองวันมานี้ถึงจะเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่เฟิ่งซีที่หลังจากได้พักฟื้นแล้วท่าทีของเธอก็ดีขึ้นมากกว่าวันที่เป็นลมไปวันนั้น ใบหน้ากลับมามีน้ำมีนวลอีกครั้ง ริมฝีปากก็แดงระเรื่อชวนมอง พร้อมทั้งแก้มแสนกลมมนของเธอก็แทบจะทะลักน้ำออกมา
เมื่อได้ยินคำขอโทษจากเฉินเฟิง เฟิ่งซีก็เบะปากอย่างไม่มีความสุขมากนัก แต่ก็ยังหันหน้ากลับมามองเขา
“คุณสำนึกผิดแล้ว?”
เฉินเฟิงพยักหน้ายิกๆ : “อืม!ผมผิดไปแล้ว”
“ก็ได้ เพราะเห็นแก่ความจริงใจในตัวคุณ ฉันจะอภัยให้แล้วกัน ” เฟิ่งซีพูดอย่างใจกว้าง
และสิ่งนี้ทำเอาเฉินเฟิงตั้งตัวแทบไม่ทัน: “คุณว่ายังไงนะ?”
เฟิ่งซีพึมพำ