ย์ของพวกคุณ พวกเราตระกูลเชียนจะตอบแทนพวกคุณอย่างดีที่สุด”
แต่หลงหลินกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เสียดสี: “พวกคุณไม่ต้องยืนเฝ้าพวกเราอยู่ตรงนี้แล้ว รีบเข้าไปดูเขาเถอะ ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของหลงหลิน เขาจึงหยุดกล่าวเยินยอ ก่อนจะรีบพาคนตระกูลเชียนเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันที เพียงครู่เดียวภายในห้องก็แออัดไปด้วยคน
ส่วนพวกเขาจะพูดคุยอะไรกันนั้น เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เฉินเฟิงพวกเขาจะต้องไปสนใจแล้ว
และเหมือนว่าเพราะนายท่านเชียนฟื้นขึ้นมาแล้ว จึงทำให้ตระกูลเชียนยิ่งยุ่งมากขึ้น หลังจากที่ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ไม่เห็นมีคนตระกูลเชียนคนไหนมาหาเลยสักคน ยิ่งอย่าพูดถึงการตอบแทนเลย เพราะแม้แต่คำกล่าวขอบคุณยังไม่มีเลย
ตอนนี้เฟิ่งซีกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนบริเวณลานบ้านด้วยสีหน้าที่หดหู่ไม่ค่อยมีความสุขมากนัก เฉินเฟิงที่เห็นจึงคิดว่าเธอคงจะหงุดหงิดใจเพราะเรื่องนี้ ดังนั้นเลยเดินเข้าไปหาเธอ
“คนตระกูลเชียนไม่ได้เรื่องเลยสักคน” เฉินเฟิงสบถคำหยาบออกมา
เฟิ่งซีที่เหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นเขาถึงกับสะดุ้ง
เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆ คือเฉินเฟิง เฟิ่งซีจึงถามออกมาอย่างไม่สบอามรณ์ : “คุณมาได้ยังไง คนโรคจิต ”
เฉินเฟิงที่ถูกด่าอย่างนั้นก็คิดว่าเธอไม่มีเหตุผลเสียเลย จึงได้กล่าวถามไปตามตรง: “ทำไมคุณถึงยังโกรธผมอยู่อีก ผมก็บอกแล้วไงว่าเรื่องวันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจ ”
แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเฉินเฟิงพูดแบบนี้ เฟิ่