วลใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะคะ ”
เฟิ่งซีกล่าวโดยคิดว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร
แต่เชียนสวนยี่กลับรีบสะบัดมือปฏิเสธ : “คุณหนูฉาง มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก แต่เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เคยได้ยินคุณหลงหลินพูดไว้ว่าอาการป่วยของคุณพ่อจำเป็นต้องได้รับการฝังเข็มวันละสองครั้ง และต้องทำซ้ำๆ อย่างนั้นเป็นเวลาเจ็ดวันติดต่อกัน อาการถึงจะกลับมาพักฟื้นได้ แต่เมื่อเช้านี้ยังไม่ได้ ……”
คำพูดนี้ยากที่จะเอ่ยปากพูดออกมาได้ เชียนสวนยี่ที่เห็นสีหน้าของเฟิ่งซีพวกเขาทั้งสองต่างไม่สู้ดีมากนัก จึงรีบพูดต่อทันที : “ตอนนี้ผมเข้าใจดีว่าการที่พวกคุณสองพี่น้องต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็นความผิดของตระกูลเชียน ทั้งการมาร้องขอแบบนี้อีกครั้งยังถือเป็นเรื่องไร้ยางอายอีกต่างหาก แต่เพราะว่าผมไม่มีทางเลือกจริงๆ แต่หากว่าคุณเฟิ่งซีบอกว่าสามารถชะลอการรักษาไปได้อีกวันสองวัน ผมก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาร้องขอในตอนนี้ ”
เขาพูดด้วยความสุภาพและเกรงใจอย่างมาก จนทำให้เฉินเฟิงที่ได้ฟังก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ พร้อมกับจะขับไล่เขากลับไป แต่คิดไม่ถึงว่าเฟิ่งซีจะห้ามเขาเอาไว้เสียก่อน : “เจ้าตระกูลเชียน เรื่องมันแบบอย่างนั้นจริงๆ จำเป็นต้องให้การฝังเข็มติดต่อกันเป็นเวลาเจ็ดวัน ถ้าหากว่าทิ้งไว้แบบนี้ความพยายามก่อนหน้านี้ก็จะสูญเปล่าทันที แต่เพราะว่าพี่สาวได้รับบาดเจ็บเลยทำให้ฉันมีความสับสน ไม่อย่างนั้นเมื่อเช