็เหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างมาก ภายในสายตาฉายแววสังหารออกมา และสิ่งนี้ทำให้เฉินเฟิงเกิดความสงสัยขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าเชียนหนิงจะทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไป แต่ไม่น่าจะทำให้เชียนชิวที่อยู่ในรุ่นเดียวกันเกิดความเกลียดชังแบบนี้ได้
เขาตอบกลับด้วยความเกลียดแค้น: “ตอนนี้เขาไม่ใช่คนของตระกูลเชียนอีกแล้ว เขาเป็นแค่คนทรยศคนหนึ่งเท่านั้น”
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะการที่เขาพาตัวเชียนเสี่ยวหยุนออกไปจากพิธีการแบบนั้น ถ้าหากเขาไม่ถูกตระกูลเชียนขับไล่ให้ออกจากตระกูลไป อย่างนั้นตระกูลเชียนก็คงจะมีความใจกว้างเกินไปแล้ว
แล้วเชียนชิวจึงพูดต่ออีกว่า : “คุณรู้จักเขาได้อย่างไร คุณเคยเจอเขางั้นหรอ ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงคุณก็บอกกับผมมา ตระกูลเชียนของเราจะตอบแทนคุณอย่างงามเลย”
เฉินเฟิงส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะเขาไม่ต้องการที่จะไปพัวพันกับเรื่องพวกนี้
“จะเป็นไปได้ไงกัน ผมก็แค่ได้ยินว่าเขาได้สร้างเรื่องใหญ่ในงานพิธีหมั้นของตระกูลเชียนเท่านั้น ถ้าหากผมรู้จักเขาจริงก็คงจะบอกไปตั้งนานแล้ว เพราะผมว่าตระกูลเชียนคงจะไม่ตระหนี่เศษเงินสำหรับตอบแทนแน่นอน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเชียนชิวก็ไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไร เพียงแต่ตอบกลับ : “ถ้าหากว่าคุณรู้ ยังไงก็ขอให้แจ้งกับตระกูลเชียนโดยตรง แต่จะว่าไปคุณจะถามเรื่องของเชียนหนิงเพื่ออะไร ?”
เฉินเฟิงตอบกลับ: “ผมเคยเจอกับเขา วิชาการต่อส