เฉินเฟิง ราวกับว่าคำพูดนี้ของเขาจะทำให้อารมณ์ของเธอดีขึ้นมา แต่เธอก็ยังแย้งกลับอย่างไม่สบอารมณ์ : “หากอยู่ในสถานการณ์จริง คุณจะทำอะไรได้”
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ ก่อนจะตอบกลับ: “จะยังไงผมก็เป็นคนในแดนระดับสูง แล้วผมจะไม่มีประโยชน์ได้อย่างไร ขอเพียงไม่ใช่คนจากแดนมหาปรมาจารย์ ผมก็กล้ามั่นใจได้เลยว่ามีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่สามารถล้มผมได้”
เฟิ่งซีถึงกับต้องส่งเสียงเยาะเย้ยออกมา : “ถ้าหากว่าคุณต่อสู้เก่งขนาดนั้น ทำไมถึงได้ถูกพวกเราช่วยเอาไว้ล่ะ ต่อให้วิชาต่อสู้จะเก่งกาจขนาดไหน บางครั้งมันก็ไร้ประโยชน์ เพราะคนที่ต้องการจะทำร้ายคุณ พวกเขามักจะสามารถหาหนทางที่จะทำร้ายคุณจนได้”
เฉินเฟิงขมุบขมิบริมฝีปาก โดยไม่รู้ว่าจะเถียงกลับอย่างไรดี จากนั้นเขาจึงได้เพียงตอบกลับไปอย่างไร้ยางอายเท่านั้น: “ต่อให้พวกเขาอยากจะทำร้ายพวกคุณ ผมก็จะเข้าไปบังหน้าพวกคุณเอาไว้ คอยเป็นเกาะกำบังรับอาวุธเหล่านั้นแทนกับพวกคุณ ”
เฟิ่งซีได้แต่มองเฉินเฟิงอย่างอึ้งตะลึง ราวกับคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟิงจะพูดประโยคแบบนี้ออกมาได้
แต่นั่นก็สามารถทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะที่จริงแล้วระหว่างพวกเธอกับเฉินเฟิงเหมือนจะไม่ได้มีความสนิทสนมกันถึงขนาดนั้น
แต่ก็เป็นเพราะเฉินเฟิง จึงทำให้สกัดซี่ได้คลายความกังวลใจเมื่อสักครู่นี้ไป ทั้งอารมณ์ของเธอก็ผ่อนคลายลงไม่น้อยเลย ก่อนที่เธอจะกวาดตาใส่เฉินเฟิง : “หึ คนกะล