ี่โรงพยาบาลก็ไม่มีทางรักษา พูดแต่เพียงว่าสภาวะหัวใจเสื่อมถอย อาศัยเทคนิคการแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่มีทางรักษาได้แล้ว”
แต่ว่าหลงหลินกลับไม่อยากจะไปรู้เรื่องพวกนี้ เธอเองก็เดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย
ความจริงแล้วด้วยฐานะของนายท่านตระกูลเชียนแล้วไม่ใช่ว่าใครก็สามารถที่จะเข้าไปสัมผัสแตะต้องได้ ดังนั้นขณะที่หลงหลินเดินเข้าไปใกล้ เชียนสวนยี่ กลับไม่ได้ห้ามปราม พยาบาลสาวที่นั่งอยู่หน้าเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์นั้นก็รู้สึกแตกตื่นตกใจ
หลงหลินตอนแรกก็แหวกหนังตาขึ้นเพื่อดูภายในดวงตาของนายท่าน แล้วดึงหน้ากากออกซิเจนออก มองเข้าไปในปากของผู้เฒ่า สุดท้ายก็จับวัดชีพจรของนายท่าน
หลังจากที่ตรวจครบชุดแล้ว ก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
จากนั้นหลงหลินก็เดินไปข้างหน้าเฉินเฟิงพวกเขา เชียนสวนยี่ก็รีบถามด้วยความอยากรู้ว่า “อาการโรคของพ่อฉันตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว ได้สืบทอดวิชาการแพทย์ที่สูงส่งจากท่านท่านปูถูในโลกนี้ไม่มีใครที่ท่านไม่สามารถรักษาให้หายได้ ฉันคิดว่าคุณหนูก็จะต้องมีวิธีรักษาให้หายได้เช่นกัน”
ถึงแม้เป็นเพียงคำชมเชย แต่สีหน้าของหลงหลินเย็นชา พูดด้วยเสียงเข้มว่า “ข้อแรกคือในโลกนี้ไม่มีคนที่สามารถรักษาทุกโรคให้หายได้ ต่อให้เป็นอาจารย์ฉันก็ไม่ได้เช่นกัน ข้อที่สองคือ สำหรับอาการของนายท่านอาจจะซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันคิดเสียอีก ดังนั้นฉันก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะรักษาให้หายขาดได้”
แต่ถึงแม้จะพูดเช่นนี้ก็ตา