ม่มีทางที่จะช่วยรักษาให้หรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะออกไปรักษานอกสถานที่
เมื่อถึงตอนเย็น ก็มีรถเบนซ์คันหนึ่งมาถึงถนนปากทาง คนที่มาตอนเช้าคนนั้นก็เดินขึ้นมาจากเชิงเขาอีกครั้งหนึ่ง
ตอนนี้หลงหลินและเฟิ่งซีก็ได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้า ส่วนเฉินเฟิงก็ยืนอยู่ด้านข้าง พวกเธอคิดดูแล้วควรจะให้เฉินเฟิงตามไปด้วย จะได้ช่วยยกกระเป๋ายาก็ยังดี
หลังจากที่คนนั้นเดินขึ้นมาแล้ว มองดูเฉินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบจะอึ้งไปสักครู่ อาจจะเพราะว่าเขานึกไม่ถึงว่าลานหลันจือแห่งนี้จะมีผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา
แต่ว่าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่ทักทายหลงหลิน แล้วจึงพาพวกเขาทั้งสามคนเดินลงจากเขา
ทั้งสามคนก็ทยอยขึ้นรถไป เฉินเฟิงก็ต้องนั่งอยู่ด้านหน้าเป็นธรรมดา ผู้ชายคนนั้นก็เป็นคนขับรถระหว่างทางก็สงบเงียบ นอกจากเสียงพูดคุยไม่กี่คำของสองสาวที่อยู่ด้านหลังนั้นแล้ว ก็เงียบสงบไปตลอดเส้นทาง
แต่ว่าเมื่อมาถึงสถานที่นั้นแล้ว ประตูด้านหน้าของสวนป่าแห่งนี้ เฉินเฟิงก็เคยมาแล้ว
ที่นี่เป็นคฤหาสน์ส่วนตัวตระกูลเชียน เฉินเฟิงก็เคยหลบหนีออกจากที่นี่ แต่นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็วนกลับมาที่นี่อีกรอบ
แต่ว่า นึกถึงเรื่องนั้นก็ไม่มีหลักฐานอะไรว่าเป็นฝีมือของเขา ตระกูลเชียนคงไม่กล่าวโทษเขาเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น อีกทั้งคนที่หนีไปนั้นก็ยังเป็นคนของตระกูลเชียนเอง ถ้าหากไม่มีหลักฐานอะไร คาดเดาว่าพวกเขาเองก็ไม