น้ำเสียงที่เย็นชานั้นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง “หรือว่าพวกเรายังต้องคอยดูแลเขาไปตลอดชีวิต เหรอ คนอย่างเขา ถึงแม้วันนี้ยังไม่เกิดเรื่อง วันหลังเขาก็คงไม่ตายดีอย่างแน่นอน”
เฉินเฟิงได้ยินแล้วก็แปลกใจมาก นี่มันเหมือนกับเป็นการสาปแช่งตัวเขาเลย
เฟิ่งซีพูดว่า “งั้นถ้าพี่ไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี้ต่อไป พี่ก็ไปไล่เขาเองแล้วกัน ฉันไม่ไปแล้วนะ”
“ฉันต้องไปแน่ อึม เขาคงตื่นแล้วใช่ไหม? เมื่อกี้ก็พูดคุยกับแกมาแล้วสิ” หญิงสาวคนนั้นทายถูกว่าเฉินเฟิงตื่นขึ้นมาแล้ว
ส่วนเฉินเฟิงรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะหลบต่อไปอีก จึงจงใจเดินด้วยฝีเท้าที่เสียงดังขึ้น เดินไปยังห้องของพี่น้องสองสาว แต่เมื่อหันกลับไปมองพวกเธอแล้ว เฉินเฟิงถึงกับอึ้งไปเลย
นั่นเป็นฝาแฝดคู่หนึ่งที่กำลังนั่งบดยาสมุนไพรอยู่ด้วยกัน หากแค่มองหน้าสองคนนี้ แม้แต่เฉินเฟิงก็ยังแยกแยะไม่ออกเลย แต่ว่าเพียงแค่ชั่วครู่ เขาก็เดาออกแล้วว่าคนไหนเป็นพี่สาวคนไหนเป็นน้องสาว
คนนั้นที่สีหน้าดูเหมือนเต็มไปด้วยความหวัง สายตาขี้เล่นเล็กน้อยต้องเป็นเฟิ่งซีแน่นอน ส่วนสำหรับอีกคนหนึ่งที่หน้าตาเย็นชา อีกทั้งยังมองด้วยสายตาที่ดุดันเล็กน้อยคนนั้นน่าจะเป็นพี่สาวของเฟิ่งซี
“เออ คือว่าฉันอยู่ในห้องคนเดียวรู้สึกเซ็งๆ ก็เลยออกมาเดินเล่น?” เฉินเฟิงก็พูดอธิบายด้วยสีหน้าเคอะเขิน
แต่ว่าหญิงสาวที่สีหน้าเย็นชากลับพูดเสียงเข้มว่า “คุณมายืนแอบฟังอยู่ตรงนั้นเหรอ?”
เฉินเฟิงนึกไม่ถึงว่าจะถูกจับไ