ด้ ท่าทียิ่งดูแปลกประหลาดมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่ใช่! แค่ได้ยินตอนเข้ามาใกล้เพียงไม่กี่คำเท่านั้นเอง”
เฉินเฟิงถูกพี่สาวจ้องหน้าอยู่ สีหน้าเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนเลย ส่วนพี่สาวจับพิรุธไม่ได้จึงเลิกรากันไป
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีที่สุดแล้ว ในเมื่อคุณมาแล้ว งั้นฉันก็ขอพูดกับคุณตรงๆเลย” แต่ว่ากำลังพูดอยู่นั้น เธอก็หยุดชะงักชั่วคราว ดูเหมือนว่าจะเห็นเสื้อผ้าที่แปลกประหลาดในตัวของเฉินเฟิงที่ใส่มา แต่ว่าเพียงแค่มองแป๊บเดียวก็ไม่ว่าอะไร จากนั้นก็พูดต่อไปว่า
“บาดแผลในร่างกายของคุณก็ดีขึ้นแล้ว สารพิษที่ตกค้างก็ถูกขับออกไปเรียบร้อยแล้ว คุณก็ควรจะไปได้แล้ว”
พูดกันตรงๆเช่นนี้ ไม่มีความเกรงใจแม้แต่นิดเดียว
เฉินเฟิงมองดูพี่สาว แล้วย้อนกลับไปมองน้องสาวอีกที ดูเหมือนว่าเฟิ่งซีก็จนปัญญา สายตาเธอบอกกับเฉินเฟิงว่า เธอก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
เฉินเฟิงพูดว่า “ฉันก็ย่อมไม่สะดวกที่จะรบกวนต่อไปอีกเป็นธรรมดา แต่นี่ก็ถือว่าเป็นบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตแล้ว ฉันเป็นคนที่ไม่เคยลืมบุญคุณคนอื่น ขอให้คุณหนูให้โอกาสฉันได้ตอบแทนบ้างเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นแล้ว ฉันก็คงไม่สบายใจ”
แต่ว่าพี่สาวก็ยังคงปฏิเสธตรงๆว่า “คุณไม่ต้องมาตอบแทนพวกเราหรอก พวกเราก็ไม่เคยคิดหวังที่จะให้คุณมาตอบแทน คุณก็จากไปได้เลย ต่อไปก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”
ไร้เยื่อใยขนาดนี้แล้ว เฉินเฟิงยังจะพูดอะไรได้อีก เหลือบมองไปยังเฟิ่งซี แล้วหันไปพูดกับพี่สาวว่า “ในเ