ล่าเรื่องให้หวั่นชีวฟังทั้งหมด”
แต่นึกไม่ถึงพี่สาวจะพูดเยาะเย้ยว่า “สภาพคุณตอนนี้ คุณยังสามารถกลับไปยันเจียงอีกเหรอ?”
เฉินเฟิงรู้สึกเคอะเขิน ถ้าหากปรมาจารย์ทั้งสองท่านของสำนักเทียนซานยังมีชีวิตอยู่ละก็ เขาแทบจะไม่มีทางที่จะกลับไปยันเจียงได้อีกเลย
“มันต้องมีสักวัน ที่จะต้องกลับไปจนได้ เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้เท่านั้นเอง” เฉินเฟิงพูดอย่างจริงจัง
สีหน้าของพี่สาวก็เริ่มเป็นมิตรขึ้น เฉินเฟิงรู้สึกดูเหมือนว่าสายตาที่เธอมองตัวเองก็ไม่เย็นชาเหมือนตอนแรก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจผิดไปเองหรือไม่
พี่สาวก็เริ่มใช้ที่บดยามาบดสมุนไพรพวกนั้น ปากก็พูดอย่างเรียบเฉยว่า “หากพูดตามหลักการแล้ว ในเมื่อคุณก็หายดีแล้ว คุณก็ไม่สมควรที่จะอยู่ต่อไปอีก แต่ว่าพวกเราสนิทสนมกับน้องหวั่นชีว ดังนั้นถ้าหากคุณยังอยากจะอยู่รักษาต่อไปแล้วละก็ ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ”
เฉินเฟิงก็นึกไม่ถึงว่ายังมีโอกาสที่จะหวนกลับคืนมาได้อีก แม้แต่เฟิ่งซีเองก็ยังแสดงท่าทางดีใจออกมาเหมือนกัน
“แน่นอนฉันก็ย่อมอยากจะอยู่ที่นี่เพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้นก่อนแล้วจึงจะจากไป” เฉินเฟิงรีบพูด
แต่พี่สาวก็พูดต่อไปอีกว่า “ในเมื่อคุณคิดจะอยู่ต่อไป งั้นคุณก็ต้องยึดถือปฏิบัติตามกฎกติกามารยาทที่นี่ด้วย”
เฉินเฟิงไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร ก็พยักหน้าตกลงไป
“ทุกวันต้องตามพวกเราขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร กลับมาแล้วก็ต้องเอายาไปตาก ยังต้องบดยาด้วย เรื่องพวกนี้คุณจะต้องเป็น