คนทำ”
แต่ยังไม่ทันรอให้เฉินเฟิงตกลงเลย เฟิ่งซีก็พูดอย่างปกป้องว่า “พี่ ร่างกายของเขายังไม่ดีขึ้นเลย? พี่จะให้เขาไปทำงานพวกนี้เลยเหรอ?”
เฉินเฟิงกลับพูดว่า “ไม่เป็นไร บาดแผลฉันเกือบจะไม่มีปัญหาแล้ว”
แต่เพิ่งจะพูดจบ เฟิ่งซีก็ทำตาค้อนใส่
เฉินเฟิงก็ได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น ยังดีที่พี่สาวหันหน้าไปมองเฟิ่งซี จึงทำให้เธอต้องรีบแกล้งทำท่าทางบดยาอย่างตั้งอกตั้งใจ
“จิตใจแกเกิดหวั่นไหวขึ้นมาแล้วเหรอไง? ทำไมไปช่วยพูดเข้าข้างเขา ที่สำคัญคือเขายังไม่ยอมรับความหวังดีอีกต่างหาก”
เฟิ่งซีรีบพูดเถียงย้อนว่า “พี่พูดบ้าบออะไร ถ้าพี่ยังขืนพูดอย่างงี้อีก ฉันจะไม่สนใจพี่อีกเลย”
พี่สาวไม่สนใจ เพียงแต่หันไปมองเฉินเฟิงต่อไป
“ในเมื่อคุณรู้สึกไม่มีปัญหาแล้ว งั้นก็พักอยู่ที่นี่ชั่วคราวไปก่อน อีกสองวัน หากคุณหายดีเรียบร้อยแล้วค่อยไปก็ได้”
เฉินเฟิงก็พยักหน้า
ด้วยเหตุนี้เฉินเฟิงจึงได้พักอยู่ที่ลานบ้านอันสงบเงียบแห่งนี้ เขาพักอยู่ห้องทางด้านตะวันตกของสวน ส่วนพี่น้องสองสาวพักอยู่ห้องทางด้านตะวันออก
ที่นี่ถึงแม้ว่าเงียบสงบก็ตาม แต่ห่างจากหมู่บ้านชุมชนก็ไม่ไกลมากนัก อีกทั้งถ้าเดินข้ามไปอีกนิดเดียว ก็ถึงตัวเมืองแล้ว
ปัญหาที่เฉินเฟิงไม่มีเสื้อผ้าใส่นั้น วันรุ่งขึ้นเฟิ่งซีก็ได้ไปตลาดซื้อมาให้เขาแล้วสองชุด
“เป็นยังไงบ้าง พอดีตัวเลยใช่ไหม?”
พอซื้อกลับมา เฟิ่งซีก็รีบที่จะให้เฉินเฟิงลองใส่ดูทันที เป็นเสื้อชุดแขนยาวธรรมดา มีลายก