สงสัย เธอก็เดินกลับมาใหม่ ในมือถือผ้าสีเทาอ่อนหนึ่งผืน ก็ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร
เธอพูดว่า “คุณก็ใช้อันนี้ปิดบังไปก่อนก็แล้วกัน”
พูดจบก็โยนผ้าผืนนั้นข้ามไป เฉินเฟิงก็รับไว้แล้วคลี่ออกมาดู ผืนใหญ่กว่าผ้าปูโต๊ะเล็กน้อย ดูเหมือนเอาไว้สำหรับใช้รองโต๊ะ
“อันนี้ก็……..”
กำลังนึกจะพูดต่อไปอีก แต่เหลือบไปเห็นหญิงสาวกำลังจ้องเขาอยู่ เขาจึงรีบพูดขึ้นว่า “คาดว่าคงเย็นสบายดีนะ อีกทั้งยังดูทันสมัยดีด้วย”
รอให้เฉินเฟิงพูดจบแล้ว หญิงสาวก็ยิ้มอย่างพอใจ
เฉินเฟิงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ยังไม่รู้จักชื่อแซ่ของอีกฝ่ายหนึ่งเลย จึงรีบแนะนำตัวเองว่า “ฉันชื่อเฉินเฟิง บอกฉันได้ไหมว่าคุณชื่ออะไร? ถึงตอนนี้ยังไม่รู้จักชื่อของคนที่มีบุญคุณเลย นี่จะเป็นการเสียมารยาทเกินไปแล้ว”
“คุณก็คือเฉินเฟิงเหรอ?” เมื่อได้ยินชื่อของเฉินเฟิงแล้ว หญิงสาวดูเหมือนรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก
“เฉินเฟิงที่สำนักเทียนซานกำลังตามฆ่าคนนั้นเหรอ?”
พวกเธอถึงกับรู้จักชื่อของตัวเองแล้ว เฉินเฟิงก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจดี สำนักเทียนซานนี้ดูเหมือนจะต้องเอาชีวิตของตัวเองให้ได้จึงจะยอมรามือ ถึงกับกระจายข่าวไปทั่วทั้งวงการศิลปะการต่อสู้จนรู้กันไปหมดแล้ว
เฉินเฟิงส่ายหน้าอย่างจนใจ พูดว่า “คุณคงไม่คิดจะขายฉันให้กับสำนักเทียนซานใช่ไหม?”
แต่นึกไม่ถึงว่าเธอกลับคิดไตร่ตรองอย่างจริงจังขึ้นมา “ได้ข่าวว่าสำนักเทียนซานให้รางวัลนำจับที่สูงลิ่วเลยเหรอ?”
เฉินเฟิงมองหน้า