เธอด้วยความประหลาดใจ แต่หลังจากนั้นเธอก็ยิ้มทันที “หยอกคุณเล่นน่ะ ฉันกับพี่สาวคงไม่เห็นแก่เงินจนต้องไปทำเรื่องทำร้ายชีวิตผู้คนหรอก”
เฉินเฟิงก็ไม่ได้เกรงกลัวเพราะสาเหตุเช่นนี้ อย่างมากก็หนีต่อไปอีกครั้งก็ได้ เขาก็ไม่เชื่อว่าสำนักเทียนซานสามารถที่จะบุกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือข้ามมาถึงฝั่งทะเลทรายแห่งนี้ได้
แต่ว่าปากก็ยังคงพูดว่า “งั้นฉันก็คงต้องขอบคุณคุณหนูอีกครั้งที่ละเว้นชีวิตฉัน หากว่าถูกพวกเขาบีบคั้นให้หนีต่อไปอีก ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองยังสามารถที่จะหนีรอดไปได้หรือเปล่า ใช่แล้ว คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าคุณชื่ออะไร? ฉันก็ต้องเรียกชื่อคุณบ้างไม่ใช่เหรอ?”
เธอมองดูเฉินเฟิง ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณอยากรู้ชื่อฉันจริงๆเหรอ? ฉันชื่อเฟิ่งซี เฟิ่งที่แปลว่าหงส์ ซีที่แปลว่าหยุดพัก”
“เฟิ่งซี เฟิ่งซี” เฉินเฟิงเอ่ยปากเรียกไปสองครั้ง แล้วจึงมองไปยังเฟิ่งซี พูดว่า “ทำไมรู้สึกว่าชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะกับคุณเลยนะ?”
เฟิ่งซีพูดอย่างสงสัยว่า “ทำไมเหรอ? ฉันก็รู้สึกมาโดยตลอดว่าชื่อของฉันดีมากเลยล่ะ!”
เฉินเฟิงพูดว่า “หงส์ก็ล้วนแล้วแต่ร้อนแรงเหมือนไฟทั้งนั้น แต่ว่าฉันมองดูคุณแล้วมีความรู้สึกเหมือนน้ำแร่ภูเขาที่สงบนิ่งมาก บางครั้งก็เกิดระลอกคลื่นเล็กน้อยขึ้นมา แล้วก็กลับเงียบสงบเหมือนเดิม ทำให้คนรู้สึกสบายใจ”
เฟิ่งซีนึกไม่ถึงว่าเฉินเฟิงจะมองเธอเช่นนี้ ถึงแม้ก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไร แต่ว่าเธอก็ยังคัดค้านว่า “บางทีคุณ