มีอะไรแปลกประหลาดมากนัก คอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะหนังสือนั้น ทำให้เฉินเฟิงเลิกสงสัยว่าตัวเองกำลังทะลุมิติย้อนเวลาไปแล้ว
อย่างน้อยคนก็ยังอยู่ในยุคสมัยใหม่นี้
เขาพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียง ในร่างกายเหลือเพียงแค่ขาสั้นตัวเดียว เสื้อผ้าอื่นก็หายไปหมดแล้ว หาดูรอบๆบริเวณนั้น ก็ยังไม่พบอะไรเลย
เวลานี้เอง ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา
เฉินเฟิงก็มองไปยังประตูทางเข้า หญิงสาวสะสวยคนหนึ่งกำลังยกกะละมังล้างหน้าเข้ามา รูปร่างสูงเพรียว อายุประมาณไม่เกินยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่ติดตัวมาด้วย
หญิงสาวก็เห็นเฉินเฟิงลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงแล้ว อีกทั้งยังเห็นเฉินเฟิงสวมแค่กางเกงในตัวเดียวเท่านั้น เธอก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
“คุณไม่รู้สึกว่าแบบนี้ดูไม่ค่อยสุภาพมั่งเหรอ?” หญิงสาวคนนั้นพูด
น้ำเสียงที่พูดอ้อมค้อมน่าฟัง เฉินเฟิงได้ยินเสียงของเธอก็รู้ถึงนิสัยของเธอ ต้องเป็นคนฉลาดและค่อนข้างเก็บตัว
เขาหวนคิดไปไม่กี่นาที จึงตอบว่า “แต่ฉันไม่รู้ว่าเสื้อผ้าของฉันไปอยู่ที่ไหนแล้ว?”
ด้วยเหตุที่เฉินเฟิงเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ ร่างกายจึงแข็งแรงบึกบึน กล้ามเนื้อเป็นมัดเห็นได้ชัดเจน แต่ไม่ใช่เป็นแบบน่าตกใจเช่นนั้น รูปร่างของเขาให้ความรู้สึกสมส่วนพอเหมาะพอดี
อย่างน้อยเฉินเฟิงก็รู้สึกมีความมั่นใจกับรูปร่างของเขา
แต่ว่าหญิงสาวที่อ่อนโยนนั้นกลับไม่ได้ไปสนใจเลย เธอเดินไปตรงหน้าโต๊ะ แล้ววางกะละมังล้างหน้าไว้บนน