ล้วฉันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว”
“ไม่หรอก แกยังมีประโยชน์อีกเยอะ สิ่งที่แกรู้มา ความลับในร่างกายแก ยังมีคนที่ต้องการแกพวกนั้นอีก”
ในที่สุดเฉินเฟิงก็ถูกยั่วยุประสาทด้วยคำพูดนี้ เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้สงบลงได้อีกแล้ว จึงสอบถามไปว่า “แกเป็นใครกันแน่?”
คุณนั้นหัวเราะเยาะว่า “ฮาๆ แกตื่นเต้นล่ะสิ แกรู้แล้วว่าฉันรู้ความลับในร่างกายแก นี่เป็นความลับส่วนตัวของแกเอง แต่ว่าแกไม่เคยพูดกับคนอื่นเลย แต่ฉันกลับรู้เรื่องนี้ แกถามว่าฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเพียงคนที่คอยจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลานะสิ”
เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ต่ำว่า “แกกำลังกลัวเหรอ?”
เฉินเฟิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาบ้างจริงๆแล้ว เขารู้ว่าความลับสุดยอดของตัวเองคืออะไร ก็อย่างที่เขาพูดมานั่นแหละ เขาไม่เคยพูดให้ใครฟังเลย
เฉินเฟิงก็ได้แต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่ได้ตอบคำถามของเขา
แต่เขาก็ไม่แยแส “แกเป็นคนที่บาปหนามากคนหนึ่ง คนเลวทรามชั่วช้าของผืนแผ่นดินนี้ กลิ่นเน่าเหม็นที่แผ่ซ่านออกจากตัวแกนั้น ก็เริ่มมีหนอนชอนไชเต็มไปหมดแล้ว แต่ว่าไม่มีใครเห็น ยิ่งไม่มีใครเลือกที่จะเตือนสติแก พวกเขาเพียงแต่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น พวกเขาก็บาปกรรมเหมือนกันทั้งนั้น”
ดูราวกับว่าเฉินเฟิงได้ทำเรื่องราวที่ชั่วช้าสามานย์อะไรไว้ เขากำลังพูดตอกย้ำซ้ำเติมเฉินเฟิง หนำซ้ำยังพูดอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอีกด้วย
“ฉันทำผิดอะไรเหรอ……..”เฉินเฟิงถาม
“แกหุบปาก!”
ขณะที่เฉินเฟิงยัง