ไม่ทันถามจบ เขาก็พูดตะคอกตัดตอนด้วยความโกรธแค้น
เฉินเฟิงก็เพียงแค่อยากจะถามว่าบาปกรรมของตัวเองที่พูดออกจากปากของเขามันคืออะไรกันแน่ แต่ว่าเขากลับไม่มีความอดทนที่ไปสนใจเรื่องพวกนี้เลย
“คนบาปหนา แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องความเป็นธรรมอะไรทั้งนั้น สิ่งที่กำลังรอแกอยู่ก็มีแต่ความทุกข์ทรมานเท่านั้น”
เฉินเฟิงก็ไม่พูดอะไรอีกต่อไป เขาเชื่อว่าถึงแม้เขาจะพูดไป ฝ่ายนั้นก็ไม่น่าจะฟังเข้าหู เขาจึงได้แต่รอดูสถานการณ์เฉพาะหน้าไปทีละก้าวก็แล้วกัน
ส่วนตอนนี้ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ประตูไม้ที่มองเห็นไม่ค่อยชัดก็มีเสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นอีกครั้ง เฉินเฟิงมองไปด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้ก็มีคนใส่เสื้อคลุมอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา
ความสูงของเขารู้สึกจะเตี้ยกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเฉินเฟิงเล็กน้อย หลังจากที่เข้ามาแล้วก็มองเฉินเฟิงเว็บเดียว ก็เดินไปยังคนที่อยู่ข้างหน้าเฉินเฟิงคนนั้น
แล้วกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
ประตูยังไม่ได้ปิด ดูเหมือนจะเผื่อไว้สำหรับคนที่อยู่ข้างในคนนี้
“รอไปเถอะ เวลาของแกใกล้เข้ามาถึงแล้ว”
พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ก่อนเดินออกไป เขาก็ได้ปิดไฟ จากนั้นก็ปิดประตูไม้นั้นไว้
ตอนนี้ที่นี่ก็กลับไปสู่ความมืดมิดอีกครั้งหนึ่ง อากาศภายในที่ยังคงมีกลิ่นเหมือนเดิม บางครั้งก็ได้ยินเสียงหนูวิ่งไปมาอยู่รอบๆ เฉินเฟิงกลับดูเหมือนว่ากำลังนอนหลับอยู่ เขาก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาอีกเลย
ไม