เฉินเฟิงก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นอีกครั้งหนึ่งว่า “ต่อให้แกสามารถพาเธอออกไปได้ แต่ว่าแกเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า ตระกูลเชียน ตระกูลอู๋ พวกเขาจะยอมปล่อยพวกแกไปเหรอ? ต่อให้เป็นสุดหล้าฟ้าเขียว พวกเขาก็จะต้องพาตัวพวกแกกลับมาให้จงได้ แกคิดว่าด้วยอำนาจอิทธิพลของพวกเขาแล้ว พวกแกจะหนีไปหลบที่ไหนได้มั่งล่ะ? หนีเข้าไปอยู่ในป่าในถ้ำเป็นชาวป่าชาวเขาเหรอไง?”
ในที่สุดคำพูดของเฉินเฟิงก็ทำให้เชียนหนิงโกรธจัด เขามองไปยังเฉินเฟิงอย่างไม่พอใจ แล้วพูดว่า “ก็แกเป็นคนที่ให้ฉันอย่าเห็นแก่ตัว ให้ฉันลุกฮือขึ้นมาเพื่อปกป้องคนสำคัญของตัวเอง แต่ว่าตอนนี้กลับบอกฉันว่านี่มันเป็นไปไม่ได้ หรือว่าแกกำลังปั่นหัวฉันเล่นอยู่เหรอไง?”
ดวงตาทั้งคู่ของเขากลมโต ราวกับสามารถพ่นไฟออกมาได้ แต่ก็คงยังพอมีสติอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงลงมือกับเฉินเฟิงไปแล้ว
เฉินเฟิงก็ไม่อยากจะลงมือกับเขาที่นี่เช่นกัน หากเกิดความวุ่นวายขึ้นมา เรื่องนี้ตระกูลเชียนก็จะมาถือโทษโกรธแค้นเขาด้วย
เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “ฉันเพียงแต่พูดถึงเงื่อนไขที่ไม่ดีออกมา มีเรื่องอะไรก็ต้องคิดวางแผนให้ดีๆ ต้องคิดดูให้รอบคอบก่อน รอให้วางแผนเรียบร้อยแล้วค่อยลงมือก็ยังไม่สายเลย”
“ไม่ได้ ตอนนี้ฉันรอไม่ไหวอีกแล้ว ความอดทนของฉันมันนานมากเกินไปแล้ว เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมานมาโดยตลอด ฉันสามารถรับรู้ได้ ฉันอยากจะพาเธอหนีไป ฉันอยากให้อิสระแก่เธอ”
นึกไม่ถึงว่า