่ไม้เท้าหัวมังกรนั้นไม่เคยห่างกายเลย พกพาติดตัวมาด้วยเช่นเดิม
เฉินเฟิงตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งยิ้มให้แล้วพูดว่า “มีวาสนาจริงๆเลยนะ ผมก็นึกไม่ถึงว่าจะมาพบคุณท่านที่นี่เหมือนกัน เพียงแต่จากกันไปก็ครึ่งเดือนกว่าแล้ว ไม่ทราบว่าร่างกายท่านสบายดีไหม?”
หลี่ชื่อจือก็ยิ้มอย่างจืดชืดแล้วพูดว่า “พึ่งบุญบารมีของคุณชายเฉิน ร่างกายก็ยังสมบูรณ์แข็งแรงดีอยู่ เพียงแต่ว่าได้ฝากเยว่เอ๋อให้คุณช่วยดูแลมาเป็นเวลานานขนาดนั้น กลับยังไม่ได้ขอบคุณคุณชายเลย ถ้าคุณชายเฉินมีเวลาว่าง ก็แวะมานั่งที่บ้านบ้างนะ”
เฉินเฟิงมองไปยังรอยยิ้มบนหน้าหลี่ชื่อจือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น คิดในใจว่าสุนัขจิ้งจอกเฒ่านี้คงยังคิดแค้นอยู่ในใจ ดูเหมือนว่าคงจะจบไม่สวยสักเท่าไรนัก
แต่ว่าใบหน้าก็ยังแสดงความเกรงใจอยู่ แล้วพูดว่า “ไม่บังอาจรบกวนหรอกครับ”
ทั้งสองคนต่างเสแสร้งยิ้มใส่กัน พอดีมีบริกรเดินผ่านมา หลี่ชื่อจือก็หยิบแก้วเหล้ามาแก้วหนึ่ง จึงทำให้สองคนนี้ไม่เคอะเขินมากไปกว่านี้
เขายกแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “คุณชายเฉิน ฉันขอคารวะคุณหนึ่งแก้ว รอให้งานมงคลนี้เสร็จสิ้นไปก่อน หลังจากนั้นก็คงมีเวลาอีกมากมาย”
เฉินเฟิงก็ยกแก้วขึ้นมา ทั้งสองคนต่างก็จ้องมองด้วยความระแวง จากนั้นก็จิบเบาๆไปหนึ่งคำ
รอให้หลี่ชื่อจือจากไปแล้ว เฉินเฟิงก็รู้สึกโล่งอก ความรู้สึกที่ถูกหมาป่าจ้องมองจนไม่สบายใจเช่นนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย แต่หลังจากที่รู้ว่า