แต่เขาสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกที่หดหู่ของหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย ก็เหมือนกับดอกไม้ที่ร่วงโรยดอกหนึ่ง สีสันที่เคยสดใสได้จางหายไปจนหมดสิ้น
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดปลอบโยนอย่างไรดี ได้แต่นั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆที่นี่
เมื่อเห็นเฉินเฟิงไม่พูดจาอะไร เชียนเสี่ยวหยุนดูเหมือนจะรู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองรุนแรงมากเกินไปหน่อย เธอก้มหน้าลงแล้วพูดอย่างสำนึกผิดว่า “ขอโทษค่ะ”
เฉินเฟิงคิดอยากจะยื่นมือออกไปปลอบโยนหญิงสาวคนนี้ แต่ยังไม่ทันยกมือขึ้นก็ต้องวางลงเสียก่อน นี่เขาเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น หากแสดงความห่วงใยมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดขึ้นได้
เขาพูดว่า “ฉันไม่ถือสาหรอกครับ คำพูดของฉันอาจจะมีปัญหาบ้าง จึงทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ได้”
เชียนเสี่ยวหยุนส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่หรอกค่ะ ฉันเพียงแต่……นึกถึงเรื่องที่ไม่ดีบางอย่างขึ้นมา มันเป็นปัญหาของตัวฉันเอง”
เธอพูดพลางก็ลุกขึ้นยืน ไม่มีใครอยากให้คนอื่นเห็นหน้าตาตัวเองในขณะที่กำลังย่ำแย่ หนำซ้ำก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอีกด้วย
หลังจากที่เธอจากไปแล้ว ภายในสวนที่เงียบสงบแห่งนี้ก็เหลือแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
เฉินเฟิงกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่ก็มีคนกำลังเดินเข้ามาอีก
เชียนหนิงไม่ได้พกกระบี่ติดตัวมาด้วย แต่งกายชุดลำลอง เดินมาถึงตรงหน้าเฉินเฟิง แล้วพูดว่า “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”
เฉินเฟิงจึงได้แต่นั่งลงอีกครั้งหนึ่ง เขาพูดว่า “ดูเหมือนพวกเราย