ังไม่คุ้นเคยกันเลยนะ”
แต่ว่าเชียนหนิงกลับไม่ใส่ใจ เขาเพียงแต่อยากหาคนคุยด้วยเท่านั้น จะเป็นใครก็ได้
“ช่วงนี้ฉันรู้สึกเจ็บปวดทรมานใจมาก” เฉินเฟิงเห็นเขาเหมือนไม่ค่อยสนใจตัวเอง เดิมทีคิดจะเดินออกไปจากที่นี่ แต่พอได้ยินเสียงของเชียนหนิงพูดขึ้น เขาจึงนั่งลงอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ฉันได้รู้เรื่องราวบางอย่าง แต่ว่าฉันกลับหาทางแก้ไขไม่ได้ แม้แต่อยากจะไปพูดให้ใครฟังก็ยังไม่ได้เลย”
เดิมทีเฉินเฟิงอยากจะถามว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่ได้ถามออกมาตรงๆ เพียงแต่พูดว่า “แกใช้ชีวิตอยู่ในบ้านตระกูลเชียน หรือว่ายังมีเรื่องที่คนตระกูลเชียนไม่สามารถทำได้อีกเหรอ?”
เชียนหนิงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ก็อาจจะเป็นเพราะว่าตระกูลเชียนนั่นแหละ ดังนั้นฉันจึงหาทางออกไม่ได้ ฉันฝึกวรยุทธ์มาสิบสี่ปี เริ่มตั้งแต่อายุสี่ขวบก็ต้องแช่ตัวลงไปในน้ำยาสมุนไพร ฝึกชกเตะต่อยทุกวันล้วนแต่เจ็บปวดทรมานทั้งนั้น” ;
ชีวิตแบบนี้ต้องยืนหยัดอดทนเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ฉันจึงจะมีต้นทุนการฝึกวรยุทธ์ที่ดีได้ จนค่อยๆสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์ประจำตระกูลได้”
“ในเมื่อฝึกวรยุทธ์แล้ว มันก็ต้องทรหดอดทนทั้งนั้น ตอนนี้แกก็อยู่ในระดับชั้นที่สูงขนาดนี้ นอกจากพรสวรรค์ในตัวแล้ว ก็จำเป็นต้องอาศัยขยันหมั่นเพียรเช่นนี้ด้วย”
แต่ว่าเชียนหนิงกลับยิ้มฝืดๆแล้วพูดว่า “ระดับชั้น! แล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ มันก็ยังทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”
ดอกกุ้ยฮวาที่หล่นลงมาบนไหล