่ ปลายผมแล้วก็ใบหน้าของเขา เขากลับไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย ภายในดวงตานั้นดูเหมือนมีแต่ความสิ้นหวัง สีหน้าที่ทนทุกข์ทรมาน ทำให้เขาต้องก้มหน้าลง ราวกับว่ากำลังตกอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดอันแสนสาหัส
ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จึงไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี เฉินเฟิงก็เหมือนคนล่องหนคนหนึ่ง
เชียนหนิงกลับไม่ใส่ใจ ได้แต่พูดอีกว่า “เธอคิดว่าฉันไม่รู้เรื่อง แล้วทำไมฉันจะไม่รู้เรื่องล่ะ เพียงแค่สายตาที่เธอมองฉัน คำพูดที่เธอพูดกับฉัน เพียงแค่เผยออกมาให้เห็นนิดเดียว ฉันก็รู้สึกแปลกใจทั้งนั้น
เมื่อฉันรู้สึกแปลกใจแล้ว ฉันก็ต้องไปสืบหา ต้องไปสอบถามให้แน่ชัด แต่หลังจากที่ฉันรู้เรื่องแล้ว ฉันก็เหมือนคนเสียสติไปเลย คิดแต่จะไปหาเธอกลับมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ว่าฉันก็ต้องรีบสงบสติอารมณ์ลงทันที เพราะที่นี่คือบ้านตระกูลเชียน”
เมื่อพูดถึงตระกูลเชียน เขารู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงไปทั้งตัว ราวกับว่าถูกภูเขาลูกใหญ่ทับลงมาจนเขาหายใจแทบไม่ออก
“ฉันเกลียดที่ตัวเองไร้ความสามารถ ความอ่อนแอของตัวเอง ฉันฝึกกระบี่มาชั่วชีวิต กลับไม่สามารถใช้กระบี่ปกป้องคนสำคัญของฉัน งั้นฉันฝึกกระบี่นี้ไปจะมีประโยชน์อะไรอีกล่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้นหลังพิงพนัก สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เฉินเฟิงเดิมทีไม่อยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นความเจ็บปวดของเขาแล้ว จึงได้พูดขึ้นว่า “แกยังเป็นผู้ชายอยู่อีกหรือเปล่า?”
เชียนหนิงเงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิง แล้วพูดว่า “ฉันก็ต้องเป็นผู้ชายสิ”