จากนั้นก็ล้มลงไปหาเฉินเฟิงอย่างกะทันหัน
ตามหลักแล้ว เฉินเฟิงยังไงก็จะต้องพยุงเซียงหลันไว้ แต่ว่าเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น ได้แต่มองไปยังยังทิศทางที่เซียงหลันล้มลงไป แม้แต่ก่อนที่เธอเกือบจะล้มมาชนตัวเองนั้น ก็ยังหลบหลีกให้พ้นทางไป
ฉะนั้นเซียงหลันไม่ทันระวังจึงล้มลงไปกับพื้น เธอเพิ่งจะหลับตาทั้งสองลงเมื่อครู่ คิดว่าเฉินเฟิงไม่มีทางที่จะปล่อยให้เธอล้มลงไปได้
แต่ว่าตอนนี้กลับล้มลงไปกับพื้น จึงรู้สึกตกตะลึงบ้างเล็กน้อย เสียงของเฉินเฟิงก็ดังขึ้น
“ตอนนี้ร่างกายของแกอ่อนแอมากจริงๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะต้องเป็นลมล้มพับแบบนี้ ส่วนที่แกทำเช่นนี้ ฉันก็คิดว่าแกคิดแผนการอะไรกับฉัน”
เซียงหลันคิดในใจว่า “ต่อให้ฉันคิดแผนการอะไรกับแก แต่ว่าแกก็ไม่น่าจะใจดำขนาดปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องล้มลงไปกับพื้นต่อหน้าต่อตาเลยนี่นา”
ถึงแม้ในใจคิดเช่นนั้น แต่ตัวเองก็ต้องคลานขึ้นมาด้วยความอัดอั้นตันใจบ้างเล็กน้อย
มองไปยังเฉินเฟิง แต่ก็ยังคงยิ้มหน้าระรื่นแล้วพูดว่า “ท่านเฝิงคะ ทำไมถึงได้ไร้เยื่อใยเช่นนี้ล่ะคะ”
เฉินเฟิงพูดว่า “นิสัยอย่างแกนะ เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วตลอดเวลามากเกินไป คนซื่อๆอย่างฉันก็คงตามไม่ทัน กลัวตัวเองถูกแกหลอกเอาสิ”
เซียงหลันยืนขึ้นมา แล้วปัดเศษใบหญ้าที่ติดมาบนตัวออกไป พูดว่า “ท่านเฝิง ท่านก็อย่ามาล้อเล่นกับเซียงหลันสิ เซียงหลันเคยพูดโกหกหลอกลวงท่านเมื่อไหร่บ้างล่ะ”
ส่วนเฉินเฟิงก็มาคิดดู เมื่อตอนที่พวกเขา