รดี เธอจึงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความสงสัยเท่านั้น : “เธอเอาของนั้นติดตัวมาด้วยงั้นหรอ?”
เซียงหลันรีบส่ายหน้าทันทีก่อนจะตอบกลับ: “จะทำแบบนั้นได้ยังไงเล่า?ฉันก็ต้องเอามันซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยอยู่แล้ว สถานที่ที่มีฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้”
หญิงสาวที่ฟังจนจบก็ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ: “ฉันไม่อยากเข้าไปพัวพันด้วย เธอไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับฉันจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นฉันจะตายยังไงฉันยังไม่กล้าคิดเลย”
เมื่อเซียงหลันลองไตร่ตรองดูแล้วมันก็จริงอย่างที่เธอว่า ดังนั้นจึงได้เพียงแต่ล้มเลิกความคิดนี้ไป
และในเวลาเดียวกันทางด้านฝั่งของเฉินเฟิง ชายที่อยู่ข้างๆ ของเขาก็หยิบเอาของชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขากุมมือเอาไว้แน่นโดยไม่ได้เปิดของสิ่งนั้นออกมาให้เห็น ก่อนที่เขาจะยื่นมือไปหาเฉินเฟิง เพื่อบอกให้เฉินเฟิงรับมันเอาไว้
เฉินเฟิงเองก็ยื่นมือออกไปแล้วอีกฝ่ายก็วางของชิ้นนั้นไว้บนฝ่ามือของเฉินเฟิงทันที
ของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือมีความเย็นเล็กน้อย และขนาดใกล้เคียงกับไข่นกกระทา ซึ่งเมื่อเทียบจากน้ำหนักแล้ว เฉินเฟิงจึงคาดว่ามันน่าจะเป็นอัญมณีเม็ดหนึ่ง
ในตอนที่กำลังจะหันไปมองอีกฝ่าย เขาคนนั้นก็พูดขึ้นมา: “มันมีค่าอย่างมาก หวังว่าท่านเฝิงจะทะนุถนอมรักษามันไว้เป็นอย่างดี และสิ่งที่ผมจะถามมันก็มีความเกี่ยวข้องกับสมบัติชิ้นนี้”
แล้วตอนนี้เองเฉินเฟิงถึงค่อยแบมือตัวเองออกมา และได้เห็นสิ่งของที่อยู่ในมือซึ่งปรากฏว่ามันเป็